เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 23931 "ฯพณฯ" ที่มา และการใช้
อ้อยขวั้น
มัจฉานุ
**
ตอบ: 60

ทำงานบริษัทเอกชน


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 09 พ.ค. 02, 14:29

 เพื่อนดิฉันต้องติดต่อราชการอยู่บ่อยๆ ค่ะ  เวลาได้ยินเธอโทรศัพท์ไปตามหน่วยราชการแล้วให้ขัดหูขัดใจซะจริงๆ  ขนาดนายพัน นายพล ทั้งหลาย  เพื่อนดิฉันยังขานคำนำหน้าว่า "ท่าน" ไปซะหมด  พอท้วงเข้าเธอก็ว่าขืนไปเรียกคุณนั่นคุณนี่  เดี๋ยวคุณๆ หน้าห้องเค้าก็ไม่ยอมพูดด้วยน่ะสิ  เคยเจอแบบว่าไปเรียกนายของเจ้าหล่อนว่าคุณ  แม่เจ้าประคุณตอบเน้นๆ เสียงมาว่า "ท่าน ไม่ว่างนะเคอะ"
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 09 พ.ค. 02, 16:47

 เดี๋ยวนี้อาการนี้ระบาดไปเกือบทุกวงราชการไทยแล้วค่ะ
คุณอ้อยขวั้นขา พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของทองรักอยู่ในแวดวงตุลาการ เคยเล่าให้ฟังว่าในวงการผู้พิพากษานั้นเขาใช้สรรพนามบุรุษที่ 2 กันว่า "ท่าน" ไม่ใช่เฉพาะผู้น้อยพูดกับผู้ใหญ่นะคะ ระดับเดียวกันก็พูดอย่างนั้น เจอกันในลิฟต์ตอนเช้าก็ทักกันว่า "สวัสดีครับท่าน" ถ้าเจอตอนเย็นก็ "ท่านจะกลับบ้านแล้วหรือ" ตอนแรกก็นึกว่าพี่เขาล้อเล่น พอวันหนึ่งมีโอกาสได้ยินเข้ากับหูตัวเองเข้าถึงกับอึ้ง  
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในวงการวิชาการ โดยเฉพาะลูกศิษย์กับอาจารย์ กลับไม่มีใครยอมใช้สรรพนามแทนอาจารย์ว่า "ท่าน" ทั้งที่น่าจะใช้ถ้าเราคิอว่าการเรียกอีกฝ่ายหนึ่งว่า "ท่าน" คือการยกย่อง เด็กเดี๋ยวนี้เรียกอาจารย์ลับหลังด้วยชื่ออาจารย์อย่างเดียวค่ะ ใช้สรรพนามแทนอาจารย์ว่า "แก" อย่างเบาะ ๆ ก็ "เค้า" ทองรักเองแอบได้ยินนักศึกษาที่คณะพูดมาหลายครั้งแล้วก็ได้แต่อึ้งอีกเหมือนกันค่ะ    
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 10 พ.ค. 02, 14:15

 จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรหรอกครับ เข้าใจอยู่ว่าเป็นแค่ เครื่อง ประจำตำแหน่ง แต่หมั่นไส้นิดหน่อยน่ะครับ เลยขอเหน็บสักหน่อย  

จะว่าไปแล้วชีวิตนี้ได้แต่หวังว่าจะไม่มีโอกาสไปพบกับ พณฯ เหล่านั้น กลัวว่าตอนพูดแล้วเผลอนึกขึ้นได้ว่ามันแปลว่า พ่อเหนือหัวเจ้าท่าน แล้วจะพาลคายของเก่าออกมาตรงนั้นน่ะครับ เสียดาย...

อย่างการใช้สรรพนามนั้น ผมเองกลับรู้สึกเฉยๆ เพราะภาษาเหล่านี้เปลี่ยนไปตามสมัยนิยม ภาษาไทยนี้ดูจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเรื่องนี้ ดูง่ายๆ สรรพนามบุรุษที่ 1-2 เรามีใช้กันมากมาย ทั้ง ผม-คุณ, ข้า-เจ้า, เรา-นาย, เรา-เธอ, ชั้น-ตัว, ฉัน-เธอ, เรา-นาย, เรา-ตัวเอง, อั๊ว-ลื้อ, กู-มึง(ขอโทษ), ชั้น-แก, ฯลฯ เยอะจนงง (นี่ขนาดไม่รวม ผม-มึง ที่เพื่อนผมบางคนใช้) ในขณะที่ภาษาอังกฤษมีแค่ I-you (ไม่นับพวกที่ใช้ในวรรณคดีที่ไม่เคยได้ยินใครใช้อีกแล้ว) จีนก็มีแค่ หว่อ-หนี่(หรือ หนิน สำหรับยกย่อง) ต้องยอมรับว่าพี่ไทยเราเหนือชั้นกว่าเยอะในเรื่องนี้ อย่างการเรียกอาจารย์ว่า แก แทนที่จะเป็น ท่าน นั้นผมว่าน่าจะยอมรับได้ ถ้าเรียกด้วยความเคารพ ถ้าเรียกเป็นชื่อเฉยๆก็คงต้องถือว่าเป็นการเรียกโดยละความเคารพ(เอาไว้ที่ไหนไม่รู้) ก็คงมาเข้ายุคสมัยเรื่องการเคารพคนที่การกระทำ ไม่ใช่หัวโขนที่สวม

เรื่องวิวัฒน์(รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เขาจะให้ใช้คำนี้แทน วิวัฒนาการ)ของภาษานั้น เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับจริงๆ ผมเห็นการโต้เถียงเรื่องการใช้ภาษามามาก บ้างว่าน่าจะดำรงไว้ บ้างว่าน่าจะปล่อยให้เปลี่ยนแปลงไป ผมว่าภาษาที่เราใช้กันนั้นมันต่างไปจากสมัยพ่อขุนรามฯไปถึงไหนๆแล้ว ในขณะเดียวกันการคัดง้างการเปลี่ยนแปลงนั้นเชื่อว่าไม่ได้เพิ่งมาเกิดในสมัยนี้หรอกครับ มันต้องมีมาอยู่ตลอดควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงนั่นแหละ และก็ต้องถือว่าเป็นกลไกหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย

ลองดูคำว่าพิสดารที่ถูกใช้ในความหมายว่า พิลึกสิครับ เชื่อว่าความหมายนี้น่าจะถูกใช้มาไม่เกิน 30 ปีนี่เอง (ผมจำได้ว่าคู่มือสอบสมัยปี 251x ยังเขียนว่าเฉลยโดยพิสดารอยู่เลย ถ้าเป็นสมัยนี้ เขียนอย่างนี้ ใครจะกล้าซื้อเนี่ย   )

หรือคำว่า แพ้ ที่สมัยสุโขทัยดันแปลว่าชนะ (ถ้าจะบอกว่าแพ้ต้องใช้พ่าย)

จะคุยเรื่องคำเหล่านี้ให้เข้าไส้สงสัยต้องตั้งกระทู้ใหม่ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 11 พ.ค. 02, 23:43

 
ผมว่า เราก็ไม่ต้องไปนึกสิครับว่าเดิมคำนี้แปลว่าอะไร จะได้ไม่เกิดอาการคลื่นไส้...
คำที่เดี๋ยวนี้เป็นธรรมดาไปแล้ว คือคำว่า นาย ที่เท่ากับ Mr.  นั่น ที่จริงก็มีความหมายเดิมเป็นเชิงยกย่องมาก ให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นนายคนพูด แต่เดี๋ยวนี้ ถ้าเรียกประกอบกับชื่อว่า นายนิลกัง ขาสกุล ก็ฟังดูเป็นการเรียกชื่อธรรมดาๆ ที่เป็นทางการ (มักเกิดบนอำเภอ) ถ้าเรียกว่า "นาย"  - "นายนั่นน่ะ"  ด้วยสำเนียงอย่างหนึ่งอาจกลายเป็นการกดให้ต่ำได้ด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะไม่ยกย่องเลย

พิสดารเคยแปลว่าละเอียด ต่อมากลายเป็นแปลว่าแปลกประหลาด แต่คำที่ตรงกับพิสดารในภาษาบาลี (คำว่าพิสดารเองเป็นสันสกฤตครับ) นั่นคือ วิตถาร ที่จริงคำเดียวกัน แต่วิตถารได้ความหมายในทางไม่ดีมานานแล้ว ก่อนพิสดารครับ

ในภาษาจีน เอ ท่าผมจะต้องเชิญคุณ CH อ่านเรื่องที่ผมเขียนไว้นานแล้ว เรื่อง คำว่า -เซี่ย ทั้งหลาย คือคำประกอบที่เป็นการยกย่อง มี เช่น เก๋อเซี่ย เตี้ยนเซี่ย ปี้เซี่ย เป็นต้น และคำที่คล้ายกันอีกคำคือ หวางซ่าง เซี่ยแปลว่าล่าง หรือใต้ ซ่างแปลว่าบน หรือเหนือ เห็นไหมครับว่ามีร่อยรอยของการเหลี่ยมล้ำต่ำสูงชัดเลย แต่คนจีนปัจจุบันก้ไม่ได้ใช้เคร่งมากหรอก หรือถ้าจะใช้อยู่เขาก็ใช้ไปในฐานะคำในภาษา ไม่ได้นึกแยกศัพท์จับแปล ผมเอาบทความบทนั้นที่เขียนไว้นานแล้วไปไว้ไหนก็ไม่ทราบแล้วครับ ขอค้นก่อน เขียนไว้หลายปีมากแล้ว

เรื่องนี้น่าจะตั้งกระทู้ได้อีกกระทู้อย่างคุณ CH ว่า

พูดถึงหนิน ในภาษาจีน แถมให้หนึ่งเรื่องครับ วัยรุ่นไต้หวันเคยมีคำแสลงที่เป็นเก๋เป็นเดิ้นพูดติดปากกันพักหนึ่ง ไม่ทราบว่าจะตกเวทีแฟชั่นไปรึยังตอนนี้ คือบอกรักว่า 520 ครับ เดี๋ยวนี้อาจจะเชยแล้วก็ได้ คำว่าฉันรักเธอ นั่นเรารู้กันอยู่ว่าจีนกลางบอกว่า หว่ออ้ายหนี่ หนี่ เป็น หนินได้ ถ้าจะยกย่อง หว่ออ้ายหนี่จึงเป็น หว่ออ้ายหนินก็ได้ และ วัยรุ่นวัยเฮ้วจีนไต้หวันเขาว่า  520 นั้น ฟังคล้ายๆ หว่ออ้ายหนิน (หูผมว่าไม่เห็นคล้ายเลย แต่หลานๆ น้องๆ เขาว่าคล้ายง่ะ-) 520 ออกเสียงว่า อู่เอ้อร์หลิง หรือลากเป็น หวู่เอ้อหลิน แล้วปะล่อมปะแล่มเป็น หว่ออ้ายหนิน - เอ้า คล้ายก็คล้ายวะ 520 ครับทุกท่าน
บันทึกการเข้า
Le Roi du Soleil
อสุรผัด
*
ตอบ: 18

กำลังศึกษาระดับปริญญาเอกแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน ประเทศฝรั่งเศส


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 09 ธ.ค. 05, 05:03

 ผมเอากระทู้เก่าๆ มาตอบจะผิดกติกาไหมครับ (ถ้าโดยธรรมเนียมที่นี่เขาไม่ทำกันก็ขอความกรุณาเตือนด้วยนะครับ จะได้ไม่ทำอีก) เข้าเรื่องดีกว่า

ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณฯ ได้กำหนดไว้ว่าบุคคลที่สามารถใช้คำนำหน้านามว่า ฯพณฯ ได้คือ

๑. ประมุขฝ่ายต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่
   ๑.๑ ประมุขฝ่ายบริหาร ได้แก่ นายกรัฐมนตรี
   ๑.๒ ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่ ประธานรัฐสภา (ตามรธน. ฉบับบปัจจุบันคือ ประธานสภาผู้แทยราษฎร์ และให้อนุโลมใช้กับประธานวุฒิสภาด้วย)
   ๑.๓ ประมุขฝ่ายตุลาการ ได้แก่ ประธานศาลศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด

๒. ประธานองคมนตรี

๓. ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่
   ๓.๑ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
   ๓.๒ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
   ๓.๓ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
   ๓.๔ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ
   ๓.๕ ประธานกรรมการป้งกันและปราบปรามการฟอกเงิน
   ๓.๖ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ
   ๓.๗ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ    
   ๓.๘ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา

มีวิธีสังเกตง่ายๆ คือ ผู้ที่สามารถใช้คำนำหน้าว่า ฯพณฯ ได้ เวลาเราทำหนังสือราชการไปถึงผู้นั้น จะต้องขึ้นต้นว่า "กราบเรียน" และลงท้ายว่า "ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง" (จากปกติเราขึ้นต้นและลงท้ายว่า "เรียน" และ "ขอแสดงความนับถือ")
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30933

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 09 ธ.ค. 05, 06:26

 ไม่ผิดกติกาค่ะ  เชิญเลือกตอบได้ตามอัธยาศัย
บันทึกการเข้า
ประชาชน
อสุรผัด
*
ตอบ: 24

Phd. Students Department of Economic University of Surrey Guildford, Surrey United Kingdom


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 13 ธ.ค. 05, 05:01

 สังคมทุกสังคม ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ต่างมีการจัดลำดับชั้นทางสังคมทั้งสิ้น ไม่ว่าการจัดลำดับชั้นนั้นจะเรียกชื่อว่า อย่างไร แต่โดยเนื้อแท้คือ การจัดลำดับชั้นทางสังคม ตัวอย่างคำว่า prince ที่ใช้เริ่มต้นจากโรมัน ก็มาจากคำว่า first among equal คือ จักรพรรดิออกุสตุส ไม่ต้องการทำตัวว่าเหนือกว่าคนอื่น ก็ใช้ title นี้  (เพราะโรมันยุคนั้น โดยกฎหมายยังคงเป็น สาธารณรัฐ ซีซาร์ถูกฆ่าเพราะมีแนวคิดที่จะเป็นกษัตริย์) แต่โดยโครงสร้างอำนาจ ไม่ว่าออกุสตุสจะใช้ title ว่าอะไร เขาก็เป็นคนที่มีอำนาจที่สุดในจักรวรรดิ์โรมันอยู่นั้นเอง title นั้น จึงสำคัญ

โครงสร้างอำนาจในสังคมไทยปัจจุบัน นักการเมือง และข้าราชการหัวหน้าหน่วยงานคือ คนที่มีอำนาจในสังคม จะชอบหรือไม่ชอบ คำเรียกคนเหล่านี้ สังคมก็ต้องสร้างมันขึ้นมา ให้พิเศษกว่าคนอื่นอยู่นั้นเอง

ดังนั้น "โครงสร้างอำนาจ" ไม่มีทางหายไปจากสังคมมนุษย์ ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอะไรก็ตาม
บันทึกการเข้า
vasudo
อสุรผัด
*
ตอบ: 1


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 19 ธ.ค. 05, 11:36

 ที่มาเหมือนไปยาลใหญ่ (ฯลฯ) รึเปล่าครับ คือผมก็ไม่ทราบที่มาเหมือนกัน

สวัสดีครับเป็นสมาชิกใหม่ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง