"ฯพณฯ" ที่มา และการใช้

<< < (3/5) > >>

CrazyHOrse:
 ขอแสดงความเห็นแบบขวางๆสักหน่อยนะครับ :)

วัตถุประสงค์หนึ่งของการเปลี่ยนแปลงการปกครองคือการขจัดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ไฉนเสนาบดีในระบอบใหม่นี้จึงยังมีคำแสดงความเป็น "พ่อเหนือหัว" อย่างระบอบเดิมเล่า

น่ายกเลิกไปไหม?

ว่าแต่ว่าคุณเปี้ยวอย่าลืมทำระบบแจ้ง password สำหรับคนขี้ลืมอย่างผมด้วยนาครับ คราวที่แล้วอ่านอย่างเดียวนานไปหน่อย ลืม password ไปเลย เล่นเอาใบ้กินไปนาน ต้องให้พระเอกเปี้ยวขี่ม้าขาวมาช่วย ถึงได้มีปากมีเสียงกับเขาบ้าง :)

เทาชมพู:
 ไม่ขวางหรอกค่ะคุณ CH   เพียงแต่พูดเรื่องการเมืองแล้วอาจจะเป็นปากเป็นเสียงกันง่ายเท่านั้น
แต่ในเรือนไทย คิดว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น  ถ้าเราเพียงแค่แลกเปลี่ยนความคิด  ไม่ใช่จ้องจับผิดหรือขัดขากัน

คุณ CH ก็คงคิดคล้ายดิฉัน เพียงแต่พูดกันคนละอย่าง ว่า...ใครที่ขึ้นเป็นใหญ่ เอาเข้าจริงอุดมการณ์ว่ายังไง อาจจะเป็นคนละทางกับปฏิบัติ  
จึงอดไม่ได้ที่จะสร้างความสูงให้ตัวเองเหนือกว่าประชาชนสามัญ   ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  รวมทั้งทางภาษาด้วย
ในเมื่อสร้างภาษาใหม่ขึ้นมาไม่ได้ ก็ต้องไปยืมศัพท์จากระบบเก่าที่บอกบ่งถึงความสูงมาใช้กับตัวเอง  อย่าง พณฯ ที่ใช้ในภาษาเขียน  หรือ ท่าน ที่ใช้ในภาษาพูดเวลาเขาอภิปรายกันในสภา  จะมี ท่าน นำหน้ากันหมด
ท่าน เดิมก็คือคำนำหน้าเรียกหม่อมเจ้าอย่างไม่เป็นทางการ  แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นคำนำหน้าท่านผู้แทนไปเสียแล้ว

นวล:
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกความเห็น โดยเฉพาะของคุณ นกข.
ซึ่งเหมือนกับการยืนยันว่า ในจดหมายราชการ ก็จะไม่เรียก
ผู้ที่พ้นวาระตำแหน่งหน้าที่ว่า พณฯ  แต่ตัวเอง ครั้งหนึ่งเคย
ไปงานศพ หันมองอ่านพวงหรีด ปรากฏว่าเจอแต่ พณฯ
เต็มไปหมด รุ่นไหนต่อรุ่นไหนมีทั้งนั้น...... หุ หุ หุ

คุณเทาชมพูขา ... เหมือนกันค่ะ เคยแต่ได้ยิน คิดเอาเอง
แต่หาแบบเป็นลายลักษณ์อักษรไม่มีเลย ค้นหาทุกเล่มที่มี
แม้กระทั่ง ระเบียบในราชสำนัก เก่าย้อนหลังไปเมื่อ
สี่สิบปีที่แล้ว ก็ไม่พบ... กำลังสงสัยมากว่า น่าจะเป็น
"โดยพฤตินัย" มากกว่า "โดยนิตินัย" นะคะ

คุณ CH ค่ะ... เมื่อไม่นานมานี้ มีใครสักคนถามว่า ถ้าเราไม่
นับถือ เคารพ ศรัทธาในตัวใครสักคน เวลาเจอหน้า ไม่ยก
มือไหว้ได้หรือไม่ เพราะไม่อยากฝืนใจ... อิฉันตอบไปว่า
การยกมือไหว้ใครนั้น ไม่ใช่เป็นเพียงการแสดงความเคารพ
นับถือในตัวบุคคลนั้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทักทาย
ได้เช่นกัน ดังนั้น คิดเสียว่าเราไหว้เขา เป็นการทักทายเขา
ไม่ใช่แสดงความเคารพนับถือ... ในกรณีนี้ก็เช่นกัน การเรียกใครสักว่า พณฯ อาจเป็นเพราะมันเป็นมรรยาททางสังคมก็ได้ มันติดมากับตำแหน่งที่เขาได้มาก็ได้ มันเป็นการยกย่องเขาก็ได้ ทั้งนี้ แล้วแต่ผู้เรียกจะคิด คุณอยากจะเรียกแต่ชื่อเขาโดดๆ ก็ยังได้ ไม่ผิดกติกา แต่อาจผิดมรรยาท
สมัยก่อนอาจเป็นการเรียกเพื่อยกย่อง แต่ปัจจุบัน ได้วิวัฒนาการกลายเป็น "คำเรียก" เฉยๆ ไปแล้วมั้งคะ เหมือน
กับที่คุณเทาชมพูกล่าวไว้เรื่องคำ "ท่าน" ... เวลามีประชุมสภาฯ แล้วได้ยินเขาเรียก ท่านประธานฯ ที่เคารพ หรือ
ท่านสมาชิกสภาที่เคารพ ทีไร ... แทบสำลักน้ำที่กำลังดื่ม
อยู่ทุกทีเลยค่ะ ... แต่เอ... ใครเคยได้ยินเขาเรียก พณฯ ท่านรัฐมนตรี---กันในที่ประชุมสภาฯ บ้างหรือเปล่าคะ  
อิฉันไม่ทันสังเกตจริงๆ ...

นิลกังขา:
 ผมไม่รับรองว่าผมถูกนะครับ แต่ผมติดวิธีเขียน ฯพณฯ แบบมีไปยาลหน้าหลังแล้วครับ ชินมือเสียแล้ว ถ้าจะให้เขียน พณฯ คือมีไปยาลเฉพาะข้างหลัง จะรู้สึกว่าขาดๆ ยังไงไม่ทราบ



ผมก็คิดอย่างป้านวลครับว่า มันเป็นส่วนประกอบที่มากับชื่อ เป็นหัวโขนหรือเป็นสิ่งสมมติ เมื่อท่านนั้นๆ ยังมีหัวโขนอยู่เราก็เรียกท่านไปตามระเบียบ ตามที่สมมติไว้  เป็นการให้เกียรติตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นการให้เกียรติตัวบุคคล ในเรื่องนี้วงการทูต (เอ้อ .... ป้านวลครับ ทูต สะกด ท.ทหาร ครับ) ก็รับรองเป็นแบบแผนที่รับรู้ทั่วไป แม้แต่ในประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ก็ยังเรียกเอกอัครราชทูตว่า ฯพณฯ ตามที่โลกสมมติกันครับคุณ CH ที่เมืองจีน (แดง) สมัยยังปฏิวัติจ๋า จะใช้คำนี้ไหมก็ไม่รู้ (ตอนโน้นอาจจะเรียกว่า "สหายทูต" ก็ได้กระมัง) แต่เมื่อชักจะซาๆ อุดมการแล้ว จีนเขาก็รับใช้คำนี้ครับ ภาษาจีนเรียกว่า เก๋อเซี่ย ครับคุณ CH (ที่จริงเรื่องเก๋อเซี่ย เตี้ยนเซี่ย อะไรนี่ก็สนุก ผมเองเคยเขียนตั้งข้อสังเกตไว้เหมือนคุณ CH เหมือนกันว่า แปลออกมาแล้วมันเหลื่อมล้ำต่ำสูงชัดๆ ทำท่าว่าน่าจะขัดอุดมการ แต่จีนเขาก็ใช้โดยถือว่าเป็นแค่คำๆ หนึ่งเท่านั้นเองครับ)

รัสเซียนั้น สมัยนี้หรือแม้แต่สมัยที่ยังเป็นสหภาพโซเวียตอยู่ เขาเรียกทูตเขาว่า ฯพณฯ เช่นกัน (ไม่ทราบเหมือนกันว่าสมัยเพิ่งปฏิวัติเสร็จเขาเรียกยังไง) มีที่ผมนึกออกก็ลีเบีย ซึ่งหลังกัดดาฟีทำปฏิวัติแล้วแกก็ยกเลือกตำแหน่งทูต ผู้แทนของลิเบียในต่างประเทศ และสถานทูตด้วย เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ทั้งคนทั้งสำนักงาน สถานทูตลิเบียไม่เรียก Embassy เรียกว่าเป็น People's Bureau of ลิเบีย ประจำประเทศนั้น ตัวทูตเรียกตำแหน่งใหม่ว่า Secreatry of the People's Committee ประจำประเทศนั้น ก็คือเอกอัครราชทูตนั่นแหละ ก็ประหลาดดี เดี๋ยวนี้จะเปลี่ยนหรือยังไม่ทราบ

ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงว่าคำๆ นี้เป็นเพียงสมมติได้ชัดๆ คือกรณีของปลัดกระทรวงครับ ตามที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ปลัดกระทรวงเป็นข้าราชการประจำสูงสุดของกระทรวงนั้นๆ รวมทั้งของกระทรวงผมด้วย ทูตทั้งหลายเป็นตำแหน่งระดับ C.10 ท่านปลัดเป็น C. 11 และแน่นอน ท่านปลัดต้องเป็นนายเหนือทูตทั้งหลายแน่ๆ อยู่แล้ว ปลัดส่วนมากหรือเกือบทั้งหมดก่อนจะขึ้นมาเป็นปลัดได้ก็ต้องเคยเป็นเอกอัครราชทูตมาแล้วด้วย แต่ตามระเบียบทั้งทางไทยทางฝรั่งไม่ได้กำหนดให้ใช้คำว่า ฯพณฯ กับปลัดกระทรวงครับ ให้ใช้แต่กับทูตซึ่งเป็นผู้แทนประเทศไทยและเป็นผู้แทนพระองค์ในหลวงในต่างประเทศ ดังนั้นท่านปลัด ซึ่งใหญ่กว่าท่านทูต จึงเป็นนาย หรือ Mr. เฉยๆ (แม้ว่าแต่ก่อนนี้ คนๆ เดียวกันนั้นสมัยเป็นทูตก่อนจะมาเป็นปลัด จะเป็น ฯพณฯ มาแล้วก็ตาม) ถ้าอีกหน่อยมีปลัดหญิงก็เป็นนางหรือนางสาวเฉยๆ แต่นาย นาง นางสาวเฉยๆ นี่แหละ สั่งบรรดา ฯพณฯ ได้ครับ ก็ใช้กันมาเช่นนี้ ไม่เห็นมีใครเดือดร้อนอะไร ท่านปลัดท่านก็ทราบดีว่า ถึงท่านจะไม่ได้เป็น ฯพณฯ ท่านก็เป็นซี 11 สั่ง ฯพณฯ เอกอัครราชทูต ได้อยู่แล้วในทางราชการ นั่นแหละสำคัญกว่า

นวล:
 ขออภัย ขออภัย
ทูต ทูต ทูต ทูต ทูต

รู้สึก(เอาเองจากที่ได้ยิน)ว่า การขานเรียกเอกอัครราชทูต
ว่า ฯพณฯ (พณฯ) นั้น จะทำกันเมื่อท่านทูตนั้นอยู่ต่างแดน
แต่หากเมื่อไร อยู่ในเขตราชอาณาจักรไทย ก็จะเหลือแต่
นาย.......... เอกอัครราชทูตไทยประจำ.......... เฉยๆ เท่านั้น

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว