เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 3517 ดร'นิธิ' เอียวศรีวงศ์ รับรางวัลศรีบูรพา
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31200

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 02 พ.ค. 02, 07:54

 คอลัมน์ สกู๊ปข่าวสด
/> target="_blank">http://www.khaosod.co.th/

 
แล้วกองทุนศรีบูรพาก็ประกาศให้'นิธิ เอียวศรีวงศ์' เป็นผู้ได้รับรางวัล
'ศรีบูรพา' ประจำปี 2545 ต่อจาก 'เสนีย์ เสาวพงศ์' 'อาจินต์ ปัญจพรรค์'
'คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง' 'เสถียร จันทิมาธร' 'สุจิตต์ วงษ์เทศ'
/>


ย้อนกลับไปที่ปีพ.ศ. 2517 หลังจาก 'ศรีบูรพา' หรือกุหลาบ
สายประดิษฐ์ นักเขียนผู้มีเกียรติประวัติงดงาม ทั้งชีวิตส่วนตัวและผลงาน
ถึงแก่กรรม



'สุวัฒน์ วรดิลก' และ 'ทองใบ ทองเปาด์'
ร่วมกันเป็นหัวแรงก่อตั้งกองทุนศรีบูรพา เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ผู้วายชนม์
/>


กระทั่ง พ.ศ. 2530 คณะกรรมการกองทุนฯ
ดำเนินการคัดเลือกนักเขียนปีละ 'หนึ่ง' เพื่อรับรางวัล'ศรีบูรพา'
โดยเริ่มต้น พ.ศ. 2531 จะมีบ้าง บางปีที่ว่างเว้น


/>
และปีนี้คือ 'ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์นิธิ เอียวศรีวงศ์' นักวิชาการ,
นักคิด, นักปราชญ์ เพื่อคนจนและผู้ด้อยโอกาสทั้งมวล
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31200

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 23 เม.ย. 02, 08:39




เจ้าของรางวัลศรีบูรพาคนล่าสุด แสดงทรรศนะ ภายหลังที่ทราบว่าได้รับรางวัล ว่า



"โดยชื่อ เป็นรางวัลที่มีเกียรติยศมากของนักเขียน และเมื่อดูจากชื่อแล้ว ผมไม่น่าจะสามารถบรรลุมาตรฐานในชื่ออันนี้ได้



"แต่เมื่อย้อนไปดูวัตถุประสงค์ เขาตั้งใจจะให้คนที่อยู่ในวงการหนังสือมานาน เพราะกำหนดว่าต้องอยู่ในวงการหนังสือถึง3ทศวรรษ



"ซึ่งหากนับการเขียนหนังสือแล้วอาจจะใช่ แต่โดยอาชีพแล้วเราไม่ใช่ ถ้าเปรียบเทียบกับคุณเสถียร จันทิมาธร หรือคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ"



'นิธิ เอียวศรีวงศ์' อายุ 62 ปี เป็นชาวกรุงเทพมหานคร จบการศึกษาชั้นมัธยมที่โรงเรียนอัญสัมชัญ ศรีราชา เป็นอักษรศาสตรบัณฑิต, อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ดุษฎีบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ จากมิชิแกนยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา



เป็นชาวกรุงเทพมหานคร ที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่เชียงใหม่ ในฐานะอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ



ในคำประกาศเกียรติคุณผู้ได้รับรางวัลศรีบูรพาปีนี้ ระบุว่า นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ เริ่มเขียนหนังสือและบทความมาตั้งแต่สมัยเป็นนิสิตในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเขียนจริงจังในปีพ.ศ. 2519 จนถึงปัจจุบันแล้วกว่า 2,000 ชิ้น



และได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือหลายสิบเล่ม เช่น ปากไก่และใบเรือ พ.ศ. 2527 กรุงแตก พระเจ้าตาก และประวัติศาสตร์ไทย พ.ศ. 2538 โขน, คาราบาว, น้ำเน่า และหนังไทยว่าด้วยเพลง ภาษา และนานามหรสพ พ.ศ. 2538 ชาติไทย, เมืองไทย, แบบเรียน และอนุสาวรีย์ พ.ศ. 2538 ผ้าขาวม้า, ผ้าซิ่น, กางเกงใน พ.ศ. 2539



ฯลฯ



นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่เด่นๆ อีก เช่น ประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ในพระราชพงศาวดารอยุธยา พ.ศ. 2521 การเมืองไทยสมัยพระนารายณ์ พ.ศ. 2522 สุนทรภู่มหากวีกระฎุมพี พ.ศ. 2524 และการเมืองไทย สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี พ.ศ. 2529



ความสำคัญของนายนิธิ คือ การใช้ปากกาและความเป็นนักเขียนและนักวิชาการ มาชี้ให้เห็นความสำคัญของสามัญชน



โดยย้ำว่า สามัญชนคือผู้สร้างประวัติศาสตร์ และปัจจุบันด้วยความเชื่อนี้ จึงร่วมกับคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก่อตั้งสมัชชานักวิชาการเพื่อคนจน และมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน รวมทั้งสำนักข่าวประชาธรรม เพื่อสนับสนุนสร้างความเข้มแข็ง และเป็นปากเสียงให้กับสามัญชน หรือคนยากคนจนทั่วประเทศ ซึ่งถูกโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียมกันของสังคม ปิดกั้นโอกาส ทั้งทางด้านการศึกษา การรับรู้ข่าวสาร และการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและทางการเมือง อย่างเท่าเทียมกับอภิสิทธิ์ชน



ผลงานเหล่านี้ จึงเป็นการพิสูจน์ความเชื่อ ในข้อเขียนของท่าน ในการเสริมบทบาทของสามัญชน ให้เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ที่แท้จริงในวันนี้ สำหรับประชาชนในวันข้างหน้าได้ศึกษา



นอกจากนี้ นายนิธิได้ดำเนินชีวิตอย่างเป็นแบบอย่าง แก่ลูกศิษย์ลูกหาและบุคคลทั่วไป โดยการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สมถะ มีความขยันในการทำงาน อย่างมีสำนึกและความรับผิดชอบ



มีจุดยืนที่ชัดเจนในการทำงานเพื่อความยั่งยืน และความเท่าเทียมของสังคม ในสังคมที่ไร้ความเท่าเทียมทั้งทางโอกาสและทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสาเหตุที่แท้จริงของความเชื่อและความงมงายของคนจนในสังคม



กองทุนศรีบูรพา พิจารณาแล้วเห็นว่า ผลงานของนายนิธิเป็นผู้มีเป้าหมาย และอุดมคติในการทำงาน การดำรงชีวิต มีบทบาท และผลงานที่มีความสร้างสรรค์ทรงคุณค่า



และก่อให้เกิดผลสะเทือนในทางสร้างสรรค์ต่อสังคมในวงกว้างในด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะการชี้ถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมของโครงสร้างทางสังคม การมองข้ามบทบาทของสามัญชนผู้ยากไร้



นอกจากนี้ ยังสร้างผลสะเทือนต่อวงการสื่อมวลชน วงการวรรณกรรม วงการวิชาการด้านประวัติศาสตร์ คนยากจน อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ มาจนถึงปัจจุบัน บทบาทดังกล่าวกลายเป็นแบบอย่างของนักวิชาการเพื่อคนจน



จึงขอประกาศเกียรติคุณให้นายนิธิเป็นผู้เหมาะสมในการรับรางวัลศรีบูรพา ประจำปี 2545







ร.ธงชัย วิจิจจะกูล เขียน 'ชาติไทย, เมืองไทย และนิธิ เอียวศรีวงศ์' ในคำนำหนังสือ 'ชาติไทย, เมืองไทย, แบบเรียน และอนุสาวรีย์ ผลงานของ 'นิธิ เอียวศรีวงศ์' ตอนหนึ่งว่า



"คุณสมบัติข้อสำคัญของนิธิที่ทำให้เขาเป็นนักคิดนักปราชญ์ที่ดีที่สุดในเวลานี้คือ ฐานความรู้และภูมิปัญญาเกี่ยวกับสังคมไทยที่ศึกษาสั่งสมมานานนับสิบปี จากนั้นนิธิยังมีความสามารถในการใช้ภาษาความเรียงที่กระชับชัดเจนมีรสชาติ



"รวมถึงความสามารถที่จะเล่นกับแนวคิดและทฤษฎีทางวิชาการจากตะวันตกทั้งเก่าและใหม่ และตามสมัยนิยม โดยไม่ลืมที่จะย่อยแนวคิดเหล่านั้นจนกลายเป็นของเขาเองในภาษาไทยเสียก่อน"



บทบาทของ 'นิธิ เอียวศรีวงศ์' กับมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน หลังการเกษียณอายุราชการนั้น ยืนเคียงข้างประชาชนผู้ด้อยโอกาส อย่างสม่ำเสมอ



การนำขบวนนักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิต ให้แก่นายเจริญ วัดอักษร และนางจินตนา แก้วขาว แกนนำชาวบ้านในการคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าบ่อนอกและโรงไฟฟ้าหินกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นบทพิสูจน์ที่แจ่มชัด ว่า มองปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ด้วยปัญญาที่เข้าใจรากฐานปัญหา หาใช่ผลประโยชน์เคลือบแฝงที่บังตา



ดังถ้อยแถลงตอนหนึ่งว่า



"ตอนที่ตัดสินใจจะให้สร้างโรงไฟฟ้า เท่ากับบอกชาวบ้านสามารถมีชีวิตรอดได้โดยอาศัยพึ่งพาโรงไฟฟ้า ไม่ได้ให้โอกาสชาวบ้านตัวเล็กๆ พัฒนาตัวเองด้วยวิธีอื่นๆ



"เช่น ทำอย่างไรที่จะทำให้มีชีวิต มีอาหารที่มั่นคง ทำประมงต่อไปได้



"แต่กลายเป็นว่าถ้าเป็นความประสงค์ของคนใหญ่คนโตแล้ว คนเล็กคนน้อยจะต้องคล้อยตาม"



เจ้าของรางวัลศรีบูรพาปีล่าสุดผู้นี้ คือ หัวแถวของกลุ่มนักวิชาการกว่า 500 คน ที่ร่วมกันลงชื่อเสนอความเห็นเรื่องโรงไฟฟ้า ต่อประชาชนชาวไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศ ได้ร่วมกันพิจารณาว่าปัญหาเกิดจากอะไร มีวิธีการแก้ไขอย่างไร



ไม่แปลกที่ศาตราจารย์ผู้นี้ จะเดินเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมที่สันเขื่อนปากมูล หรือกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ไทย-พม่า ในป่ากาญจนบุรี



เพราะเป็นการเดินเข้าไปรับรู้ปัญหา เพื่อนำกลับมาคิดหาทางแก้ไข ก่อนที่จะนำเสนอ เพื่อให้ปัญหานั้นถูกคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี



บทบาทอย่างนี้ คืออีกฝากฝั่งของนักวิชาการที่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง หรือกลายเป็นหนูอ้วนในถังข้าวสาร



และบทบาทอย่างนี้ คือบทบาทของผู้ที่สมควรจะได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31200

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 23 เม.ย. 02, 08:46

 โดยส่วนตัวดิฉันเคยได้รับความกรุณาจากอาจารย์หลายครั้ง ด้านให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์   แม้ว่าตอนแรกอาจารย์ไม่รู้จักดิฉันมาก่อนก็ตาม
ดิฉันเขียนจดหมายส่งไปถามที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อให้อาจารย์มีงานมากมายเพียงใดก็ยังปลีกเวลามาตอบทุกครั้ง  หลายครั้งเข้าดิฉันก็เกรงใจ  หันมาค้นคว้าด้วยตัวเอง   แต่ก็ยังไม่ลืมพระคุณของอาจารย์ และความเป็นนักวิชาการแท้ที่เต็มใจให้วิทยาทานแก่ผู้สนใจใคร่รู้
ครั้งนี้เป็นหนึ่งในหลายๆรางวัลที่อาจารย์ได้รับ   ขอแสดงความยินดีกับบุคคลผู้ทรงค่าของสังคมไทยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 23 เม.ย. 02, 12:31

ขอน้อมแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งด้วยค่ะ  ชื่นชมผลงานของอาจารย์มามาก  อ่านหนังสือของอาจารย์มาเพียงเล็กน้อย  ก็รู้สึกว่าเป็นบุญที่ได้รับความรู้ที่อาจารย์มอบให้แก่สังคมไทยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  ขอขอบพระคุณอาจารญ์มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 23 เม.ย. 02, 18:39

 ขอน้อมแสดงความยินดีต่ออาจารย์ด้วยคนค่ะ
ทองรักแอบนับตัวเองเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์
ผ่านทางผลงานของอาจารย์มาหลายปี
ได้นำความรู้ความคิดต่าง ๆ จากงานของอาจารย์มาใช้ทั้งในการ
เรียนและการทำงาน ขอถือโอกาสกราบขอบพระคุณอาจารย์ไว้
ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
นิลกังขา
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1012

ทำงานราชการ


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 23 เม.ย. 02, 23:51

 ยินดีกับอาจารย์นิธิด้วยจริงๆ ครับ
ผมก็แอบถือว่าตัวเองเป็นลูกศิษย์อาจารย์ด้วยเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
caeruleus
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 24 เม.ย. 02, 02:18

 ขอแสดงความยินดีค่ะ
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 24 เม.ย. 02, 03:41

 ยินดีด้วยคนครับผม
มีหนังสือของท่านของสองเล่ม แต่ไม่ค่อยรู้จักประวัติท่านมากเท่าไหร่ ขอบคุณคุณเทาชมพูที่เอามาลงด้วยครับ
บันทึกการเข้า
วรณัย
อสุรผัด
*
ตอบ: 84


คนธรรมดาที่แสนธรรมดา


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 24 เม.ย. 02, 19:51

 ขอร่วมแสดงความยินดีและน้อมเคารพกับ"ปราชญ์"ชาวสยาม อาจารย์นิธิเ อียวศรีวงศ์ อธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัย"เที่ยงคืน" มหาวิทยาลัยนอกระบบแห่งแรกของประเทศ ไทยกล้ามอบปริญญาบัตรในอุดมคติให้กับผู้คนในสังคม ที่กำลังต่อสู้กับ"อยุติธรรม"

รางวัลของอาจารย์ดูเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสิ่งที่อาจารย์กำลังกระทำ...
บันทึกการเข้า

นักวิชาเกินในบอร์ดวิชาการ
ศศิศ
พาลี
****
ตอบ: 326


อหังการ์ ล้านนาประเทศ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 25 เม.ย. 02, 20:16

 ยินดีกับอาจารย์นิธิด้วยครับผม
แต่ยังไงผมถือว่าเป็นอาจารย์ของผมท่านหนึ่งเหมือนกัน แม้ต่างหมู่ตึก แต่ก็สำนักเดียวกันครับ
บันทึกการเข้า

- ศศิศ -
สุที
อสุรผัด
*
ตอบ: 8

ว่างเป็นส่วนใหญ่


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 28 เม.ย. 02, 02:36

 ผมอยากแนะนำให้ลองไปอ่านที่เวบบอร์ดของเวบมหาลัยเที่ยงคืน เพราะที่นั้นมีการวิพากษ์เกี่ยวกับอาจารย์นิธิอย่างกว้างขวาง
นอกจากนี้ยังมีบทความดีๆ อีกมากที่น่าสนใจ
www.geocities.com/midnightuniv
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 28 เม.ย. 02, 08:33

 ขอบคุณค่ะคุณสุธี
เดี๋ยวจะลองแวะเข้าไปดูนะคะ    
บันทึกการเข้า
เมรี
อสุรผัด
*
ตอบ: 22

ทำงาน - NECTEC


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 28 เม.ย. 02, 22:08

 ยินดีด้วยค่ะ
ได้ยินชื่อท่านมานานแล้วค่ะ แต่ยังไม่ค่อยรู้จักผลงานท่านสักเท่าไร
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 104

architect


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 03 พ.ค. 02, 07:54

 ขอแสดงความยินดีกับท่านอาจารย์นิธิด้วยคนค่ะ
เคยได้อ่าน ตำราของท่านเพื่อ มาเพิ่มเป็นอาหารสมองทนุบำรุงสติปัญญาของตนเองหลายเล่มค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง