เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 05 ก.พ. 16, 20:16 
เริ่มโดย เพ็ญชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เทาชมพู
ภาพปลอมรึเปล่า   เงาของเจ้าลูกหมีน้อย ทอดลงไม่ตรงกับเงาของก้อนหินรอบๆตัวมันเลย

 2 
 เมื่อ: 05 ก.พ. 16, 20:03 
เริ่มโดย สิงหเดช - ความคิดเห็นล่าสุด โดย NAVARAT.C
NAVARAT.C ก็ดูไม่ออกครับ ถ้าเดาก็ต้องบอกว่าใช่ เพราะที่ตรงนั้นก็ไม่เคยมีสถาปัตยกรรมสูงๆปรากฏมาก่อนนอกจากหอนาฬิกา
แต่จะตอบโดยใช้วิธีการเดาก็อาจจะหน้าแตกเป็นเสี่ยงๆได้ ขนาดมั่นใจๆก็ยังเคยแตกแบบหมอไม่รับเย็บมาหลายครั้งแล้ว

 3 
 เมื่อ: 05 ก.พ. 16, 19:49 
เริ่มโดย naitang - ความคิดเห็นล่าสุด โดย naitang
ในพื้นที่ที่เป็นป่าตามลักษณะที่ผมได้เล่ามานั้น  เราเกือบจะเห็นเป็นปรกติที่ชาวบ้านจะมีสุนัขสองสามตัวเดินไปด้วยกัน  (จะขออนุญาตใช้คำว่า หมา นะครับ)  หมาเหล่านี้นอกจากจะเดินนำหน้า อันเป็นการช่วยไล่แมลงและไล่งูแล้ว มันยังไล่และเล่นกับตะกวดอีกด้วย ตัวแลนก็จะวิ่งปรูดขึ้นต้นไม้แล้วรีบไต่ไปจนถึงง่ามไม้ จากนั้นก็นอนห้อยเท้ารอ   หมามันก็จะเห่าเรียกนาย จากนั้นก็จะเป็นภาพของการล่าซึ่งอาจจะเป็นการยิง หรือเป็นการโค่นต้นไม้ หรือเป็นทั้งสองแบบเลยทีเดียว 

 4 
 เมื่อ: 05 ก.พ. 16, 19:37 
เริ่มโดย naitang - ความคิดเห็นล่าสุด โดย naitang
เนื้อของตัวแลนที่เผาด้วยไฟแรงให้สุกเกินระดับเนื้อย่างน้ำตกไปนิดนึงนั้น (ก่อนจะเข้าสู่สภาพ well done)   จะทำให้กลิ่นคาว กลิ่นสาบ และกลิ่นอื่นๆที่มีอยู่ในเนื้อของสัตว์หายไป

วิธีการเผาตัวสัตว์ต่างๆด้วยไฟแรงๆแล้วขูดขนและผิวทิ้งก่อนที่จะสับย่อยเป็นชิ้นๆแล้วเอามาปรุงเป็นอาหารนี้ ผมเห็นว่ามันเป็นทั้งสัญชาติญาณและภูมิปัญญาประจำตัวของมนุษย์ชาติ  เราจะเห็นว่ามีการทำกันแม้กระทั่งในกลุ่มชนที่ว่ามีชีวิตที่ primitive ที่สุด      จึงไม่แปลกนักที่เราจะเห็นสัตว์ป่าหลากหลายชนิดที่ชาวบ้านได้ล่ามา ก่อนที่มันจะถูกนำไปปรุงเป็นอาหาร มัจะต้องผ่านกระบวนการเผาไฟ   ครับ...ก็แน่นอนว่า เบื้องแรกก็คือการทำเพื่อการกำจัดขน  แล้วเอามาเผาต่อก็เพื่อกำจัดกลิ่นสาบทั้งหลาย ซึ่งยังจะทำให้เนื้อของมันหอมน่ากินขึ้นมาอีกด้วย     

 5 
 เมื่อ: 05 ก.พ. 16, 19:05 
เริ่มโดย naitang - ความคิดเห็นล่าสุด โดย naitang
ตอนผ่าท้องควักใส้พุงออกทิ้งไปนั้น ต้องระวังอย่างมากที่จะไม่ให้กระเพาะและลำใส้แตก มิฉะนั้นก็ต้องโยนทิ้งไปเลย เหม็นอย่าบอกใครเชียว  ใช้วิธีผ่ากึ่งกลางตามยาวลำตัว แล้วหงายมีดตัดช่วงใหล่(สองขาหน้า)ให้แยกออกจากกัน ทำเช่นเดียวกับตะโพก(สองขาหลัง) 

ตัวแย้ก็ต้องผ่าท้องและควักใส้ด้วยวิธีนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงลำใส้แตก ต่างกันแต่ว่าไม่ต้องทำการเผาตัวแย้นั้น ทำสดได้เลย จากนั้นจึงนำไปย่างแห้ง หรือต้มแล้วเอามาสับละเอียดยำกับยอดมะกอกอ่อน (หากไม่ลืม ก็จะขยายความต่อครับ) 

เมื่อขูดหนังตัวแลนออกแล้ว ลายด่างดอกดวงบนผิวของมันของมันก็จางลงไป ดูยากว่าเป็นตัวอะไร     ส่วนเนื้ออร่อยที่สุดของตัวแลนและสัตว์อื่นๆที่มีรูปทรงคล้ายๆกับมันก็คือส่วนที่เป็นบ้องตัน (ส่วนตั้งแต่โคนหางไปจนปลายหาง) เป็นส่วนที่หายไปอย่างรวดเร็วจากถ้วยกับข้าวของทุกสำรับข้าว   

 6 
 เมื่อ: 05 ก.พ. 16, 19:01 
เริ่มโดย สิงหเดช - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เทาชมพู
ดูไม่ออกค่ะ  ต้องถามคุณ Siamese หรือไม่ก็คุณ NAVARAT.C

 7 
 เมื่อ: 05 ก.พ. 16, 13:28 
เริ่มโดย เพ็ญชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
นักสืบอวกาศคนเดิม Scott Waring บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ UFO Sighting Daily บอกว่านี่เป็นหลักฐานการมีอยู่ของชีวิตบนดาวอังคาร สิ่งที่เห็นอาจเป็นรูปปั้น หรือมิฉะนั้นก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่กลายเป็นหินโดยลาวาจากภูเขาไฟทำนองเดียวกับที่เกิดขึ้นที่ปอมเปอีในอดีต


เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว (พ.ศ. ๒๕๕๘) Scott Waring นักสืบอวกาศเจ้าเก่าแจ้งต่อองค์การสหประชาชาติว่าเขาพบลูกหมีขาวในภาพถ่ายของนาซา มีรายละเอียดเห็นถึงขนบนลำตัว โดยสังเกตจากเงาที่ปรากฏ นั่นหมายความว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตแน่นอน

คุณสก็อตต์ส่งข้อมูลเหล่านี้ไปให้เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อบอกเล่าถึงสิ่งที่น่าตื่นเต้นนี้ และต้องการที่จะเผยแพร่ภาพเหล่านี้เพื่อให้ชาวโลกได้ร่วมกันพิจารณาด้วย เพื่อที่ทุกคนจะได้เปิดตาและเปิดใจรับรู้ความจริงเสียที

ข่าวจาก เมโทร



นอกจากหมีขาวแล้ว ยังมีสัตว์ดาวอังคารอีกตัวหนึ่งซึ่งหลงหูหลงตาคุณสก็อตต์ไป นั่นคือ หงส์ หรืออาจเป็นห่าน หมีขาวอาจกำลังเล่นไล่จับกับหงส์อยู่ก็เป็นได้  ยิงฟันยิ้ม


 8 
 เมื่อ: 05 ก.พ. 16, 08:33 
เริ่มโดย atom_00006 - ความคิดเห็นล่าสุด โดย NAVARAT.C
ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ขอ แต่ให้เป็นของแถมแล้วกันนะครับ

สมัยเมื่อห้า-หกสิบปีก่อน เวลาผ่านถนนพหลโยธินตอนต้นๆ จะเห็นบ้านไม้หลังย่อมๆ ติดป้ายโฆษณาไว้ ว่ายาหอม ม.ร.ว.สอาด ทินกร ยานี้โด่งดังมาก คนสูงอายุจะต้องพยายามหามาพกติดตัว เพราะขนาดเล่ากันว่า หายใจไม่ออกตาเหลือกแล้ว เอายากรอกปากไปบัดเดี๋ยวเดียวก็หายใจต่อได้ แม่เคยใช้ให้ผมไปซื้อยาหอมนี้ถึงบ้านท่าน ขวดเท่านิ้วก้อย ขายเป็นร้อย ในขณะที่ยี่ห้ออื่นขวดใหญ่กว่าสักห้าเท่า แต่ราคาถูกกว่ามาก แม่บอกว่าถึงแพงก็ใช้นิดเดียว แค่ใช้ปลายนิ้วแตะมาป้ายจมูกเท่านั้น

ผมค้นจากเน็ตเมื้อกี้ หม่อมราชวงศ์สอาด ทินกร เป็นบุตรของหม่อมเจ้าภูลสวัสดิ์ ทินกร และ และหม่อมเจ้าหญิงงามสนิทวงศ์ พระธิดาในกรมหลวงวงศาธิราชสนิท
เป็นแพทย์แผนไทย และเป็นผู้ก่อตั้งร้านขายยา ม.ร.ว. สอาด ทินกร

หม่อมเจ้าภูลสวัสดิ์ ทินกร ทรงเป็นพระโอรสในพระองค์เจ้าชายทินกร กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ผู้ทรงเป็นแพทย์หลวงแผนไทย ประจำพระองค์รัชกาลที่ ๕ และ ทรงเป็น อาจารย์ด้านแพทย์ไทย ณ ราชแพทยาลัย ศิริราชพยาบาล และเป็นผู้ริเริ่มทำยาหอมขึ้น ซึ่งม.ร.ว. สอาดนำไปต่อยอด

 9 
 เมื่อ: 05 ก.พ. 16, 08:10 
เริ่มโดย atom_00006 - ความคิดเห็นล่าสุด โดย NAVARAT.C
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท  ต้นราชสกุลสนิทวงศ์ ผู้ทรงเก่งทางการแพทย์แผนโบราณเพราะได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านนี้มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์จากขรัวตาบุญเกิด

ขรัวตาบุญเกิด เป็นหมอแผนโบราณเชี่ยวชาญในการปรุงยา ภรรยาเป็นคนไทยชื่อขรัวยายทองอิน ลูกสาวคนหนึ่งคือเจ้าจอมมารดาปรางใหญ่ในสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เป็นพระมารดาของพระองค์เจ้านวม กรมหลวงวงษาธิราชสนิท 

 10 
 เมื่อ: 05 ก.พ. 16, 07:37 
เริ่มโดย atom_00006 - ความคิดเห็นล่าสุด โดย V_Mee
-ร.อ.ดำรงแพทยคุณ
ไม่ทราบเป็นท่านไหนครับ  ระหว่าง นายพลตรี พระยาดำรงแพทยาคุณ (ฮวด  วีระไวทยะ) อดีตนายแพทย์มหญ่ทหารบกและนายแพทย์ประจำพระองค์สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง  ท่านผู้นี้เป็นปู่ของคุณมีชัย  (สายรุ้ง) วีระไวทยะ
อีกท่านตือ นายพลตรี พระยาดำรงแพทยาคุณ (ชื่น  พุทธิแพทย์)

พระยาแพทยพงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น  สุนทรเวช) เป็นพี่ชายของพระยาบำรุงราชยริพาร (เสมียน  สุนทรเวช - บิดาคุณสมัคร  สุนทรเวช)  กับจมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม  สุนทรเวช - บิดา นพ.กุณฑล  สุนทรเวช และ พ.ต.อ.อำพล  สุนทรเวช)

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.248 วินาที กับ 16 คำสั่ง