เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 17:31 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
รูปนี้หลังจากเซฟไว้แล้ว ก็หาไม่เจอว่าเอามาจากเว็บไหน   แต่จำได้ว่าหาคำตอบได้ไม่ยาก
อยากทราบว่าหอนาฬิกานี้อยู่ที่ไหน    
คุณ siamese อุบไว้ก่อน   ใครทายถูก ค่อยเป็นคนเฉลยนะคะ



คุณเอนก  นาวิกมูล  บอกว่าหอนาฬิกานี้ตั้งอยู่หน้าหอคองคอเดีย (ศาลาสหทัยสมาคม  ตรงสนามหญ้าหน้าวัดพระแก้ว) อยู่ระหว่างทิมดาบกับโรงทอง  ข้างบนทำอย่างหลังคาตัด  มีลูกกรง

ในหนังสือประชุมพงศาวดารภาคที่ ๒๕ กล่าวว่า รัชกาลที่ ๔  โปรดเกล้าฯ ให้กรมขุนราชสีหวิกรม (ต้นสกุล ชุมสาย) คิดแบบ เป็นหอสูง ๑๐ วา มีนาฬิกาทั้ง ๔ ด้าน รื้อเสียเมื่อจะสร้างทิมดาบใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๕

ภาพจากหนังสือ  Ein  Welt-und Forschungsreisender  mit  der  Kamera 1844-1920 ภาษาเยอรมัน รวบรวมผลงานถ่ายภาพของ วิลเฮล์ม  เบอร์เกอร์ (Wilhelm  Burger)  ซึ่งเข้ามาเมืองไทยพร้อมคณะทูตเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๒

คำตอบได้มาจาก

สมุดภาพเมืองไทย โดย เอนก นาวิกมูล กระทู้โดยคุณปริยวาที
http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2006/03/K4197259/K4197259.html



 2 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 15:27 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย visitna
หอนี้คือหนึ่งในหอนาฬิกาที่มีอยู่ในยุคนั้น   

ตั้งอยู่ตรงไหน? (ทีผมเข้าใจคืออยู่ในสวนเจ้าเชตุ ตรงกรมการรักษาดินแดนปัจจุบัน)


 3 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:34 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย แมวเซา
เพิ่งจะได้เห็นคราวนี้เองครับอาจารย์ ขอเดาว่าเป็นม่องชิงช้าเมืองลับแลพ.ศ.2450

ส่วนประตูกำแพงเมืองลำปาง พ.ศ.2445 มีโอกาสขอเดาก่อนละครับ  ยิงฟันยิ้ม
ภาพนั้นมีลายมือเขียนข้างหลังว่าสถานีรถไฟเมืองอุตรดิษถ์ครับ แต่ไม่น่าจะหมายความว่าอยู่ในตัวเมืองเพราะที่นั่นเป็นที่ราบ ผมเลยไม่ทราบว่าเป็นเมืองอะไรแน่
ยังมีเนินเขาเล็กๆที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟอุตรดิตถ์มากที่สุด อยู่ทางด้านทิศตะวันตกไม่เกิน 1กิโลเมตร มีความเป็นไปได้อย่างมากครับ  วัดนี้แปลกอยู่อย่างหนึ่งคือไม่ค่อยมีคนผ่านเข้าไป ทั้งที่อยู่แทบใจกลางเมือง (รวมทั้งตัวผมด้วย) คงเป็นเพราะทำเลตั้งอยู่หลบมุมกับเส้นทางสมัยปัจจุบัน   แต่ผมมีความคุ้นเคยกับวัดนี้ตรงที่ได้ฟังเสียงพระอาจารย์จากวัดนี้เทศน์ออกอากาศทางสถานีวิทยุเอเอ็ม ประจำท้องถิ่น(วปถ.14)เป็นประจำทุกวันอาฑิตย์ ผมเคยฟังจากคนเก่าๆเล่าว่าสมัยก่อนเป็นเส้นทางเดินเท้าผ่านเหมือนกัน

ในโลกอินเตอร์เน็ทพอจะมีข้อมูลอยู่บ้างเล็กน้อยครับ...
 ปีพ.ศ. ๒๔๗๓  บรรพบุรุษตระกูลศัลยพงษ์  ได้จัดตั้งเป็นตลาดการค้าขึ้นในบริเวณคลองโพ  พร้อมกับสร้างโรงมหรสพ  คู่กับตลาดไปด้วย  เพื่อให้เช่าเปิดการแสดงต่าง ๆ  เช่น  ลิเก  ภาพยนตร์  ละคร  ต่าง ๆ  ส่วนที่เป็นเนินสูงด้วยหินลูกรังปนดิน  บนม่อนได้สร้างวัดขึ้น  ๑  แห่ง  ใช้ชื่อตามตระกูลของผู้สร้างว่า  วัดศัลยพงษ์  ต่อมาเจ้าอาวาสองค์หลัง ๆ  ได้เปลี่ยนชื่อเป็น   วัดเกษมจิตราราม  มาจากระทั่งถึงทุกวันนี้  มีผู้ไปปลูกบ้านเรือนอยู่อาศัยกันรอบบริเวณวัดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน       
            วัดเกษมจิตตาราม หรือชื่อเดิม วัดม่อนศัลยพงษ์ ตั้งอยู่บนเนินเขาในที่ตั้งตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ บนเนินเขาเดียวกับโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ในปี พ.ศ. 2470 เคยมีผู้พบกลองมะโหรทึกสำริดสมัยวัฒนธรรมดองซอน อายุกว่า 2,000 ปี และโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์บนม่อนวัดเกษมจิตตารามแห่งนี้ ปัจจุบันกลองมโหรทึกดังกล่าวจัดแสดงอยู่ที่พระที่นั่งศิวโมกข์วิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร




 4 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:19 
เริ่มโดย ประกอบ - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เทาชมพู
งั้นคุณประกอบได้เจ้าภาพอีกคนแล้วละค่ะ    อ้อนให้ดีๆนะคะ

 5 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:46 
เริ่มโดย ประกอบ - ความคิดเห็นล่าสุด โดย Jalito
หลนปูทะเลไข่
จำเลยรักไม่ใช่คุณประกอบคนเดียวแล้วละครับ
เจอสองเมนูล่าสุดนี่ โดนผมเต็มๆ

 6 
 เมื่อ: 22 ต.ค. 14, 18:55 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
ได้คำตอบทันที ก็เป็นข่าวได้  ยิงฟันยิ้ม

ดาวตะกร้า Gorgonocephalus caputmedusae



จาก เดลิเมล

 7 
 เมื่อ: 22 ต.ค. 14, 16:12 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เทาชมพู
ถ้าได้คำตอบทันที    มันก็ไม่เป็นข่าวน่ะซิคะ

 8 
 เมื่อ: 22 ต.ค. 14, 15:37 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
ดูเหมือนมีคนรู้จักดาวตะกร้ากันมากเหมือนกัน ข้อสำคัญทำไมสื่อถึงไม่พยายามหาคำตอบมาให้คนอ่านทราบ

บางความเห็นจาก เฟซบุ๊ก  ยิงฟันยิ้ม

 9 
 เมื่อ: 22 ต.ค. 14, 15:18 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู


ด า ว ต ะ ก ร้ า   b a s k e t  s t a r

 10 
 เมื่อ: 22 ต.ค. 14, 14:57 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เทาชมพู
ขอบคุณค่ะคุณ V_Mee

รูปไฮโซโบราณที่มี  จากอภินันทนาการของท่าน NAVARAT.C  ร่อยหรอหมดแล้วค่ะ   ส่วนที่ไปหามาใหม่จากหอจดหมายเหตุยังไม่มีจังหวะเวลาว่างจะไปรับ  แต่ยังไงก็ต้องไปเอามาจนได้  เพื่อจะต่อกระทู้นี้ไปอีกสักร้อยสองร้อยค.ห.

รูปที่เหลือนี้คือ ภาพซ้ายเป็นแหม่มสาวในยุค 1920s ตรงกับปลายสมัยรัชกาลที่ 6  ไม่รู้ว่าเป็นภาพนางแบบหลงมาจากเมืองนอก หรือเธอเป็นแหม่มสาวในแบงค็อก   สวยไม่แพ้ชมพู่ อารยา   
เธอสวมจี้ห้อยคอที่น่าจะเป็นทับทิมล้อมเพชร  ลักษณะเหมือนอาภรณ์ของไทย    และแหวนเพชรเดี่ยวสวมบนนิ้วก้อย   ไม่ได้สวมบนนิ้วนางซ้ายอย่างแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงาน    เลยคิดว่าคงยังเป็นสาวโสดไม่ได้แต่งงาน  ก็คงไม่ใช่ภรรยาของนักเรียนนอกคนใดคนหนึ่ง

แฟชั่นที่สวมตรงกับภาพด้านขวา คือแฟชั่นยุค 1920s  เสื้อแบบเรียบๆแขนสั้นหรือแค่ไหล่  ต่อเอวต่ำลงไปถึงสะโพก  กระโปรงทรงตรงเรียบๆ  ส่วนผมดัดเป็นคลื่นด้วยคีม มีทั้งคีมร้อนและคีมเย็น

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.332 วินาที กับ 16 คำสั่ง