เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 15:20 
เริ่มโดย NT - ความคิดเห็นล่าสุด โดย NAVARAT.C
เอาภาพมาลงให้แล้วกัน ส่วนตัวผมไม่ทราบประวัติบ้านหลังนี้ครับ

 2 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 15:18 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
วัดแมวไม่ใช่มีแต่ที่ญี่ปุ่น ที่เมืองไทยเราก็มีเหมือนกันอยู่ที่กาญจนบุรี ไม่ใช่แมวธรรมดาแต่เป็น "แมวลายพาดกลอน" หรือ "เสือ" นั่นแล ตอนนี้มีอยู่ ๑๔๖ ตัว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาชมทุกวัน

วัดนี้ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า "วัดเสือ" ชื่อเป็นทางการคือ "วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน" ตามประวัติเสือพวกนี้เป็นเสือกำพร้าที่ชาวบ้านนำมาให้ทางวัดเลี้ยงเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีจำนวนไม่กี่ตัว ทำไปทำมาเพิ่มจำนวนมาเป็นร้อยตัว เหตุผลที่เปิดเผยคือจากการผสมพันธุ์ ส่วนเหตุผลอื่น ขออนุญาต รูดซิบปาก

เสือพวกนี้ตกเป็นของหลวงตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยกรมป่าไม้ ผู้รับผิดชอบในขณะนั้นเข้าตรวจยึดเนื่องจากผิดกฎหมายเรื่องการเลี้ยงสัตว์ป่า แต่ยังคงฝากให้วัดเลี้ยงอยู่เพราะราชการจะเอาไปเลี้ยงเองก็ไม่มีงบประมาณ ทางวัดจึงเลี้ยงมาจนทุกวันนี้โดยเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวตามอัตราข้างล่างนี้



รายได้พอประทังเลี้ยงชีวิตน้อย ๆ ของแมวลายพาดกลอนและชาวบ้านที่มารับจ้างทางวัดเลี้ยงดูเสือ เมื่อไม่นานมานี้สัตวแพทย์ผู้ดูแลเสือเหล่านี้ไปฟ้องอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้รับผิดชอบในปัจจุบันว่าเสือหายไป ๓ ตัว กรมอุทยานฯเข้าไปตรวจสอบและขึงขังจะเอาเสือพวกนี้ไปเลี้ยงเอง ไป ๆ มา ๆ คิดสะระตะแล้วไม่คุ้มแน่เพราะการเลี้ยงเสือไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ สู้ให้ทางวัดเลี้ยงต่อไปแล้วทางราชการเข้าไปคุมอย่างเข้มงวดจะดีกว่า

ส่วนเสือที่หายไป ๓ ตัว ณ บัดนี้ยังไม่มีข่าวคราวคืบหน้า  ขยิบตา

ภาพจาก เดลิเมล

 3 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 15:06 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย CVT
เสริมอาจารย์ NAVARAT.C นิดครับ

ตนกู ตวนกู เต็งกู เป็นการบอกสถานภาพของความเป็นเจ้าเหมือนกัน เพี้ยนไปตามพื้นที่

ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีสถานะเป็นเมืองในอดีตจะเรียกว่า กู
กู ที่เป็นชาย ไม่ว่าแต่งงานกับใครลูกชายหญิงทั้งหมดจะเป็น กู
กู ที่เป็นหญิง หากแต่งงานกับชายสามัญชน ลูกชายหญิงทั้งหมดจะมีคำนำหน้าชื่อแสดงฐานะว่า นิ
นิ ที่เป็นชาย ไม่ว่าแต่งงานกับใครลูกชายหญิงทั้งหมดจะเป็น นิ
นิ ที่เป็นหญิง หากแต่งงานกับชายสามัญชน ลูกชายหญิงทั้งหมดจะไม่มีสถานภาพพิเศษ ไม่มีคำนำหน้าชื่อ

 4 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 15:01 
เริ่มโดย naitang - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
ต่อไปนี้ในยุค AEC คนที่เราติดต่อด้วยแม้จะพูดไทยแต่อาจไม่ใช่คนไทย ทักษะในการเขียนภาษาไทยอาจจะด้อยลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ดังกรณีข้างล่างนี้

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องจริง   ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม

ยืนยันโดย มติชน

 5 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 14:48 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย CVT
ลูกชายสุลต่านฮามิด กับคุณหญิงเนื่อง นนทนาคร ที่เข้ามาเรียนในเมืองไทย ๓ คนคือ
ตนกูยูซุฟ
ตนกูยิหวา
ตนกูอับดุลเราะห์มาน

หากสนใจเรื่องนี้ต้องอ่านหนังสือ "ไทยในมาเลเซีย" โดย ธำรงศักดิ์ อายุวัฒนะ ครับ

 6 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 14:38 
เริ่มโดย visitna - ความคิดเห็นล่าสุด โดย visitna
เมื่อวานดูห้างขายยาท่าเตียน ไปแล้ว

ที่สี่กั๊กพระยาศรี ทำตึกอย่างนี้ไว้สี่มุมเหมือนกัน
ที่อ่านผ่าน  มีชื่อร้านแต่ละมุมคือ

-แอล ยี ริกันตี มุมหนึ่ง(ต่อมาเปลี่ยนเป็นห้างเสนามาตยาภรณ์)
-ย ร อันเดร มุมหนึ่ง
-ห้างขายยาศรีกั๊กพระยาศรี ของหมออะดัมสัน
-มุมสุดท้ายยังหาชื่อร้านไม่ได้(อาจจะเป็นห้างขายยาท่าเตียน?ก็ได้)

เมื่อเวลาผ่านไปร้านเหล่านี้ปรับเปลี่ยนออกไป   มีร้านใหม่มาแทน
เช่นในภาพ น่าจะเป็นสมัย รัชกาลที่หกหรือใหม่กว่า
เพราะมีตู้ไปรษณีย์ มีก๊อกประปาที่ชาวบ้านเรียกว่าโซดาดึง

 7 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:33 
เริ่มโดย visitna - ความคิดเห็นล่าสุด โดย visitna
ตลาดปากนํ้าอีกรูป
น่าจะถ่ายพร้อมกับภาพที่เคยลง

ภาพแรกบอกถ่ายปี พศ 2463 ----น่าจะผิด

ภาพที่สองลงในหนังสือ twentieth century impressions of siam
ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกปี พศ 2446
ต้องถ่ายภาพนี้ก่อนปี ที่พิมพ์ 


เอาภาพเก่ามาลงอีกครั้งเพื่อเปรียบเทียบ


 8 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:14 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย SILA
THE TIMES OF INDIA นำเสนอเรื่อง Modern tragedy: Quake-ravaged Nepal tower a site for selfies

         กล่าวถึงเหตุการณ์ ชาวเนปาลเดินทางไปยังซากปรักหักพังของหอคอย Dharahara Tower
เพื่อถ่ายรูปหมู่และเซลฟี่เป็นที่ระลึกหลังเหตุการณ์ระทึก

         หอคอยแห่งนี้ คือสถานที่ยอดนิยมสูงสุดสำหรับการเก็บภาพอาคารสถานที่ถูกทำลายลงเมื่อ
วันเสาร์ที่ผ่านไป

http://timesofindia.indiatimes.com/world/south-asia/Modern-tragedy-Quake-ravaged-Nepal-tower-a-site-for-selfies/articleshow/47068620.cms

 9 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:10 
เริ่มโดย share - ความคิดเห็นล่าสุด โดย share
….ตามขนบเรียงร้อยร่ำ………………คำประพันธ์
สัมผัสส่งรับกัน………………………..สอดคล้อง
“ระหว่างบท”ประแจสรรค์…………..ความ-เชื่อม
โคลงอาจละมิต้อง……………………เคร่งแล้แต่”ควร”

….กระสวนตำแหน่งให้………………”รับ”ลง
ณ หนึ่ง สอง สาม จง………………..เสนาะล้ำ
ต่อโคลง มิเถรตรง…………………….เกินเหตุ
ลิลิต สิเน้นย้ำ…………………………..”รับ”นั้นห้ามหาย

 10 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:56 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย NAVARAT.C
ตนกู Tunku คือคำนำหน้าพระนามเดิมของประมุขของรัฐก่อนขึ้นเป็นสุลต่านในรัฐยะโฮว์  รัฐเนกรีเซมบีลัน และรัฐเคดะห์  รัฐอื่นๆจะเรียก ตวนกู Tuanku หรือ เต็งกู Tengku   คำกลุ่มนี้มีความหมายเดียวกับคำสากลที่ว่า เจ้าชายหรือเจ้าหญิง บุตรและธิดาของตนกู ตวนกู หรือ เต็งกู ก็จะยังคงเป็นตนกู ตวนกู หรือ เต็งกู ต่อๆไปจนโลกแตกสลาย
      
เช่นเดียวกับพวก "เจ้า”ของหัวเมืองฝ่ายเหนือ ที่ใช้นำหน้านามทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงโดยลูกหลานต่อๆมาก็ไม่ถูกลดชั้น ให้แบบเป็นหม่อมราชวงศ์ หรือหม่อมหลวง จนเป็นนาย นางสาวเช่นราชสกุลจักรี  ลูกของตนกูที่เป็นผู้ชาย เกิดมาก็เป็นตนกูด้วย

ท่านตนกู อับดุล เราะห์มานเคยบอกกับเพื่อนนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ที่ไปเป็นเอกอัครราชทูตที่กัวลาลัมเปอร์ว่า "สักวันหนึ่งถ้าคุณจะมีคนสวนเป็นตนกู ก็ขออย่าได้แปลกใจ" ตนกูของรัฐต่างๆในมาเลเซียรวมกันแล้วอาจมากกว่านาย นาง และนางสาวที่ใช้ ณ อยุธยา ตามหลังนามสกุลในเมืองไทยด้วยซ้ำ

ดังนั้น สำหรับคนมาเลย์แล้ว เขาจึงไม่ค่อยให้ค่าในเรื่องความเป็นเจ้านาย นอกจากยอมรับความเป็นเชื้อพระวงค์ของสุลต่านรัฐใดรัฐหนึ่ง ก็แค่นั้น การใช้ราชาศัพท์กับบุคคลระดับตนกู ตวนกู หรือ เต็งกู ไม่เป็นที่ยอมรับในทางราชการทั้งไทยและมาเลเซียนะครับ   

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.312 วินาที กับ 16 คำสั่ง