เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 30 ก.ค. 14, 22:31 
เริ่มโดย han_bing - ความคิดเห็นล่าสุด โดย han_bing
ที่มาข้อมูล http://www.byhnd.com/question/149837148.html

 2 
 เมื่อ: 30 ก.ค. 14, 22:29 
เริ่มโดย han_bing - ความคิดเห็นล่าสุด โดย han_bing
ชุดจีนฮั่นสมัยราชวงศ์หมิง

ชุดแรกเป็นชุดดั้งเดิม ชุดอื่นคือทำตามแบบโบราณ

 3 
 เมื่อ: 30 ก.ค. 14, 22:24 
เริ่มโดย han_bing - ความคิดเห็นล่าสุด โดย han_bing
ทั้งนี้กระโปรงจีบที่ท่านเห็นเป็นกระโปรงที่พัฒนาขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เรียกว่า "กระโปรงร้อยจีบ" (百褶裙:bai zhe qun) เรียกในภาษาจีนกลางว่า "ป่ายเจ๋อฉุน" อันว่ากระโปรงร้อยจีบ จริงๆก็คือกระโปรงจีบนี้แหละ เป็นเครื่องแต่งกายเด่นสมัยราชวงศ์หมิง ตกทอดมาถึงชิง แต่ชิงจะไม่ค่อยเด่นเท่า เพราะหมิงจะบานเก๋ไก๋กว่า

กระโปรงแบบหมิง รวมถึงชุดแบบหมิงต่อมาได้ส่งอิทธิพลไปยังเกาหลี มีผู้สันทัดด้านเกาหลีอธิบายให้ข้าพเจ้าฟังดังนี้

"ชุดฮันบกที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้ เป็นรูปแบบที่ใช้กันในสมัยราชวงศ์โชซอน ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายในสมัยจารีตของเกาหลีก่อนที่จะตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นในช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๐ ครับ

หากพิจารณาบริบททางประวัติศาสตร์นั้น จะพบว่าชุดฮันบกได้รับอิทธิพลจากราชวงศ์หมิง ทั้งนี้เนื่องจากราชสำนักโชซอนนับตั้งแต่การก่อตั้งราชวงศ์โดยพระเจ้าแทโจนั้น ได้ยอมสวามิภักดิ์ทั้งทางการเมือง และวัฒนธรรมต่อราชสำนักหมิงในฐานะที่เป็น "รัฐบริวาร" ตามคติ "จงกว๋อ" (ประเทศศูนย์กลาง)ของจีนในสมัยโบราณ ดังนั้นการปฏิบัติหรือเลียนแบบวัฒนธรรมของ "โอรสแห่งสวรรค์" จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นที่ยอมรับจาก "โอรสแห่งสวรรค์" ในขณะนั้นซึ่งก็คือราชวงศ์หมิงนั่นเองฮะ

และโชซอนได้เพิ่มความเข้นข้นในการรักษาวัฒนธรรมจากราชวงศ์หมิงหลังจากการล่มสลายของราชวงศ์หมิงในช่วง ศตวรรษที่ ๑๗ ทั้งนี้เป็นเพราะโชซอนมองตนเองเป็น "ทายาท" อันชอบธรรมในการรักษามรดกทาวัฒนธรรมจากราชวงศ์หมิงซึ่งเป็นชาวฮั่น ในขณะที่โชซอนมองราชวงศ์ชิงเป็น "อนารยชน" เผ่าหนึ่งเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ หากมองในแง่วัฒนธรรมแล้ว โชซอนถือตนว่ามีความเจริญทางอารยธรรมมากกว่าราชวงศ์ชิงฮะ (และไม่ปรากฏว่าโชซอนรับวัฒนธรรมจากชิงเข้ามาปฏิบัติแต่อย่างใดฮะ)

ดังนั้นหากมีโอกาสดูภาพ portrait ที่เขียนขั้นในยุคนั้น หรือดูละครประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงเหตุการณ์ในสมัยโชซอน จะพบว่าการแต่งกาย โดยเฉพาะในราชสำนักจะมีความคล้ายคลึงหรือแทบจะลอกเลียนแบบมาจากราชวงศ์หมิงฮะ "

ตัวอย่างชุดเกาหลี

 4 
 เมื่อ: 30 ก.ค. 14, 22:19 
เริ่มโดย han_bing - ความคิดเห็นล่าสุด โดย han_bing
ชุดสตรีจีนสมัยราชวงศ์ชิง

หลายคนนึกถึงจีนสมัยราชวงศ์ชิงอาจจะนึกถึงกี่เผ้า อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงก็คือผู้หญิง ให้ใส่เสื้อผ้าเหมือนกันหมดผู้หญิงคงอกแตกตาย

ด้วยเหตุผลกลฉะนี้ แม้ชาวจีนจะถูกบังคับให้ใส่เสื้อแบบชาวแมนจู โกนผมแบบชาวแมนจู แต่คนที่ต้องทำคือชาย ขณะที่หญิงแม้จะถูกบังคับบ้างเรื่องแบบเสื้อ แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์จีนฮั่นไว้อย่างเหนี่ยวแน่น และเหนี่ยวสืบมาจนกระทั่งสิ้นสุดราชวงศ์ชิง

ความแตกต่างระหว่างสตรีจีนฮั่น กับจีนแมนจูในการแต่งกายเป็นอย่างไร ตัวอย่างดูได้ง่ายๆในการแต่งกายของกลุ่มสตรีชั้นสูง แม้จะศักดิ์สูงเหมือนกัน แต่ว่าการแต่งกายก็มิได้เหมือนกัน มองง่ายๆดังนี้

๑. ชาวจีนฮั่นจะมัดเท้า แต่ชาวแมนจูนไม่มัดเท้า

๒. ชาวจีนฮั่นใส่กระโปรง และเห็นกระโปรงเด่นชัด ขณะชาวแมนจูใส่กางเกง แต่กางเกงถูกซ่อนมองไม่เห็นภายใต้เสื้อคลุมยาวที่เรียกว่ากี่เผ้า

๓. ชาวจีนฮั่นใส่เสื้อแขนกว้าง ขณะชาวแมนจูใส่ชุดกี่เผ้าแขนกระบอก

๔. ชาวจีนฮั่นนิยมเกล้าผมไว้กลางศรีษะ แต่ชาวแมนจูจะเกล้าไว้บริเวณด้านหลัง

นี้เป็นพื้นฐานง่ายๆในการแยก กลุ่มสตรีธรรมดาก็เป็นไปในทำนองนี้เหมือนกัน

ภาพข้างล่างนี้เป็นรูปสตรีจีนฮั่นกับ สตรีแมนจู เดาเองว่าใครเป็นใคร (จริงๆอักษรจีนกำกับไว้)

 5 
 เมื่อ: 30 ก.ค. 14, 20:05 
เริ่มโดย naitang - ความคิดเห็นล่าสุด โดย naitang
มาต่อกันครับ

ความถ่วงจำเพาะ (ถ.พ.) ที่ต่างกันนี้หมายความว่า หินในส่วนที่เป็นองค์ประกอบของพื้นท้องมหาสมุทรย่อมมีมวลที่แน่นกว่าและหนักกว่า เมื่อนำมาเทียบกันในปริมาตรเท่ากันกับหินในส่วนที่เป็นองค์ประกอบของแผ่นดิน  ซึ่งก็คือ หินของท้องมหาสมุทรเป็นหินลาวาที่เย็นตัวแล้ว (หิน Basalt) ในขณะที่หินในแผ่นดินเป็นกลุ่มหินที่คละกันทั้งหินอัคนี (Igneous rocks) หินตะกอน (Sedimentary rocks) และหินแปร (metamorphic rocks)    ผมจะไม่อธิบายต่อนะครับว่าทำไม ถ.พ. จึงต่างกัน เพราะจะต้องใช้วิชาเคมีมาอธิบาย  (อาจจะกลายเป็นต้องไปเล่าเรื่องในวิชาเคมีอีกด้วย)   เอาเป็นว่าของที่มี ถ.พ.ต่ำกว่าย่อมอยู่เหนือของที่มี ถ.พ.สูงกว่า   ดังเช่น เมื่อรินน้ำหวานแดงเข้มข้นลงในแก้วมีน้ำ มันก็จะจมลงไปอยู่ที่ก้นแก้ว

เอาละครับ เมื่อหินของท้องทะเลได้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ขยายพื้นที่ของท้องทะเลออกไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่ง ด้วย ถ.พ.ที่สูงกว่า ก็เกิดการจมตัวลงไปและไปมุดอยู่ใต้ผืนแผ่นดิน  ซึ่งเรียกพื้นที่ๆเกิดสภาพการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ว่า subduction zone

 6 
 เมื่อ: 30 ก.ค. 14, 18:29 
เริ่มโดย CrazyHOrse - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
ดูตามแนวนอน อ่านง่ายกว่า  ยิงฟันยิ้ม


 7 
 เมื่อ: 30 ก.ค. 14, 15:50 
เริ่มโดย CrazyHOrse - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
คุณม้าอ่านภาษาจีนในแผนที่ชายฝั่งเวียดนามประกอบนะครับ



 8 
 เมื่อ: 30 ก.ค. 14, 15:22 
เริ่มโดย CrazyHOrse - ความคิดเห็นล่าสุด โดย NAVARAT.C
ถ้าทัศนวิสัยแจ่มแจ๋วอย่างนี้ ก็เห็นได้เกินสิบกิโลเมตรเลยนะครับ

ถามต่อว่า เขาสร้างพระองค์ใหญ่โตนี้เมื่อใด  ฮืม  คิดว่าคงเป็นที่ตั้งของศาลเจ้า และมีองค์พระประดิษฐานในศาลบนยอดเขา มากกว่าสร้างพระองค์โตๆ นะครับ  ยิงฟันยิ้ม

เป็นที่ตั้งของวัดมากกว่าศาลเจ้า บนยอดเขามีพระพุทธรูปที่ว่า ประวัติบอกว่าองค์ที่เห็นนี้เป็นของสร้างใหม่ราวๆสมัยรัชกาลที่๕ของเรา แต่สร้างทับบนที่เดิมที่ไม่ได้อรรถาธิบายว่าเป็นอย่างไร

 9 
 เมื่อ: 30 ก.ค. 14, 15:06 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
วิธีแก้ไขปัญหาการระบาดของปลาเอเลี่ยนพวกนี้ วิธีที่ยั่งยืนและน่าจะได้ผลมากที่สุดเห็นจะเป็นการจับมารับประทาน

แก้ปัญหาด้วยการจับมารับประทาน จะดีกว่าไหม   ยิ้มเท่ห์


ส่งเสริมให้รับประทานปลาซัคเกอร์กันเถิด เพื่ออนาคตของปลาพื้นเมืองของไทย

ถึงเนื้อจะน้อยสักหน่อย แต่ก็อร่อยทีเดียว 




 10 
 เมื่อ: 30 ก.ค. 14, 14:58 
เริ่มโดย CrazyHOrse - ความคิดเห็นล่าสุด โดย siamese
ถ้าตัวบุตร คือ 大佛 ก็แปลว่า พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่กล่าวถึงในนิราศนี้อายุจนถึงปัจจุบันมากกว่า ๒๐๐ ปี แถมยังอยู่บนเขาสูง ป่านฉะนี้อาจไม่เหลือให้เราเห็นแล้วก็ได้  ยิ้มเท่ห์

นึกถึง "หม่าโจ้ว" หรือ เจ้าแม่ทับทิม ผู้ปกป้องคุ้มครองชาวเรือสำเภา

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.447 วินาที กับ 16 คำสั่ง