เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 02 พ.ค. 16, 19:50 
เริ่มโดย visitna - ความคิดเห็นล่าสุด โดย visitna
ภาพโปสการ์ดของนาย ไว เอบาต้า ชื่อ city wall มุมกล้องเหมือนภาพบน
โปสการ์ดส่งจากนครราชสีมาไปอุบล
ที่ด้านหลังไปรษณีย์ประทับวันที่ ๑๒-๑๐-๖๘ หมายถึงวันที่ ๑๒ เดือน ๑๐ ปี พศ.๒๔๖๘
กับ 12-1-1924 คือ วันที่ 12 เดือน มกราคม คศ 1924  ซึ่งเป็นวันเดือนปีเดียวกัน


วันที่ (ไทย) ๑๒ เดือน ๑๐ คือเดือนมกราคม (เริ่ม นับเดือนเมษายน เป็นเดือน ๑) พศ ๒๔๖๘
เดือน ๑๑ คือ กุมภาพันธ์  ไปหมดเดือนสุดท้าย  ๑๒ คือ  มีนาคม  

ส่วนวันที่ฝรั่ง ตรงตามสากล

เรานับวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันปีใหม่ตั้งแต่ ปี๒๔๓๒ ถึง๒๔๘๓
ก่อนหน้าเราถือวันขึ้น ๑ คํ่าเดือน ๕ เป็นวันปีใหม่
หลังจากปี ๒๔๘๓ เรานับวันที่ ๑ มกราคมเป็นวันปีใหม่

 2 
 เมื่อ: 02 พ.ค. 16, 16:54 
เริ่มโดย share - ความคิดเห็นล่าสุด โดย share
...ฉันท์นี้สิจะเริ่ม...............ริประเดิมสะบัดจาร
แม้ไม่เสนาะหวาน..............ก็มุหาญประลองดู

...ฉันนั้นพิเคราะห์แล้ว.........จะลุแนวระดับครู
แม้ยาก บ ละสู้.................จิต(ะ)กู่"พยายาม"

 3 
 เมื่อ: 02 พ.ค. 16, 11:13 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เทาชมพู
กลอนอีกตอนหนึ่งบอกถึงสถานะของเธอ ว่าเป็นดวงจันทร์ ที่สุนทรภู่เป็นแค่กระต่าย   แต่ไม่ใช่กระต่ายธรรมดา  เป็นกระต่ายกายสิทธิ์ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดสนิทสนมกับดอกฟ้า
คำว่า "ขอเดชะจะได้พึ่งให้ถึงจอม"  ฝากคุณเพ็ญชมพูไปค้นว่า หมายถึงอะไร

เช่นกระต่ายกายสิทธิ์นั้นผิดเพื่อน                     ขึ้นแต้มเดือนได้จนชิดสนิทสนม
เสน่หาอาลัยใจนิยม                                     จะใคร่ชมเช่นกระต่ายไม่วายตรอม
แต่เกรงเหมือนเดือนแรมไม่แจ่มแจ้ง                     สุดจะแฝงฝากเงาเฝ้าถนอม
ขอเดชะจะได้พึ่งให้ถึงจอม                             ขอให้น้อมโน้มสวาทอย่าคลาดคลา
ไม่เคลื่อนคลายหน่ายแหนงจะแฝงเฝ้า             ให้เหมือนเงาตามติดขนิษฐา
ทุกค่ำคืนชื่นชุ่มพุ่มผกา                             มิให้แก้วแววตาอนาทร

 4 
 เมื่อ: 02 พ.ค. 16, 10:29 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
ในนิราศวัดเจ้าฟ้าเช่นกัน ที่บอกให้รู้ว่าใจของสุนทรภู่ตอนนั้นกำลังหลงใหลใฝ่ฝันสาวสูงศักดิ์อยู่นางหนึ่ง    เป็นใครไม่ได้บอกชื่อไว้  ซึ่งก็คงบอกไม่ได้ เพราะเผยแพร่ออกไปอาจจะหัวขาด

มณฑาทิพย์กลีบบานตระการกลิ่น                   ภุมรินหรือจะร้างห่างเกสร
จงทราบความตามใจอาลัยวอน                      เดชะกลอนกล่าวปลอบให้ตอบคำ
จะคอยฟังดังคอยสอยสวาท                        แม้นเหมือนมาดหมายจะชิมให้อิ่มหนำ
ถ้าครั้งนี้มิได้เยื้อนยังเอื้อนอำ                       จะต้องคร่ำคร่าเปล่าแล้วเราเอย


กลอนตอนนี้ มีลักษณะเป็นกลอนเพลงยาวเขียนถึงผู้หญิง     เพราะมีคำว่า "จงทราบความตามใจอาลัยวอน" กับ "จะคอยฟังดังคอยสอยสวาท"    คือเป็นการเขียนส่งให้หญิงสูงศักดิ์ที่ท่านเปรียบเทียบว่าเป็นดอก "มณฑาทิพย์"  คือดอกไม้สวรรค์     โดยหวังว่าจะได้คำตอบจากเธอด้วย

ทั้งแก้วเนตรเกสรามณฑาทิพย์       จงลอยลิบลุล่วงถึงสรวงสวรรค์
จะเกิดไหนได้อยู่คู่ชีวัน               อย่ามีอันตรายเป็นเหมือนเช่นนี้ฯ


นี่คือความอีกตอนหนึ่ง  มีคำว่า "ทั้ง" เริ่มต้นไว้ เป็นการคั่นระหว่างบทก่อนกับบทนี้ให้รู้ว่าคนละคน
แก้วเนตร แปลว่าแม่แก้วตา(พี่)  มณฑาทิพย์ เป็นสร้อยคำประกอบชื่อเกสรา  บอกให้รู้ว่าเปรียบแม่คนนี้เป็นดอกไม้สวรรค์  น่าจะมีฐานะในสังคมดีกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไป
ยิ่งอวยพรให้หล่อนเป็นดอกไม้สวรรค์ที่ลอย(กลับ)ขึ้นไปถึงสวรรค์ ก็ยิ่งเห็นว่ายกย่องคนนี้
จะเกิดไหนได้อยู่คู่ชีวัน    วรรคนี้แน่นอนว่าเป็นเมีย
ส่วนวรรคท้ายแสดงว่าแม่เกษ ตายเพราะอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่ง  ไม่ใช่เจ็บป่วยหรือแก่ตาย

ในพระอภัยมณี  สุนทรภู่ตั้งชื่อตัวละครหญิง เมียของศรีสุวรรณว่า นางแก้วเกษรา   ผู้หญิงคนนี้เป็นคนดีที่สุดในบรรดาเมียๆของพระเอกพระรอง
สวย อ่อนหวาน ไม่มีความหึงหวง จงรักภักดีต่อสามี เสมอต้นเสมอปลาย แต่ไม่ค่อยมีบทบาท  เป็นภาพที่เลือนๆเมื่อเทียบกับคนอื่น
เป็นได้ว่าเอาเค้าโครงการสร้างมาจากแม่เกษคนนี้แหละค่ะ

ฤๅ "แม่มณฑาทิพย์" จากนิราศวัดเจ้าฟ้า จะเป็นคนเดียวกับ "แม่เกสรา" ในนิราศพระประธม  ยิงฟันยิ้ม

 5 
 เมื่อ: 02 พ.ค. 16, 09:48 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เทาชมพู
ในนิราศวัดเจ้าฟ้าเช่นกัน ที่บอกให้รู้ว่าใจของสุนทรภู่ตอนนั้นกำลังหลงใหลใฝ่ฝันสาวสูงศักดิ์อยู่นางหนึ่ง    เป็นใครไม่ได้บอกชื่อไว้  ซึ่งก็คงบอกไม่ได้ เพราะเผยแพร่ออกไปอาจจะหัวขาด

มณฑาทิพย์กลีบบานตระการกลิ่น                        ภุมรินหรือจะร้างห่างเกสร
จงทราบความตามใจอาลัยวอน                        เดชะกลอนกล่าวปลอบให้ตอบคำ
จะคอยฟังดังคอยสอยสวาท                                แม้นเหมือนมาดหมายจะชิมให้อิ่มหนำ
ถ้าครั้งนี้มิได้เยื้อนยังเอื้อนอำ                                จะต้องคร่ำคร่าเปล่าแล้วเราเอย

กลอนตอนนี้ มีลักษณะเป็นกลอนเพลงยาวเขียนถึงผู้หญิง     เพราะมีคำว่า "จงทราบความตามใจอาลัยวอน" กับ "จะคอยฟังดังคอยสอยสวาท"    คือเป็นการเขียนส่งให้หญิงสูงศักดิ์ที่ท่านเปรียบเทียบว่าเป็นดอก "มณฑาทิพย์"  คือดอกไม้สวรรค์     โดยหวังว่าจะได้คำตอบจากเธอด้วย
นิราศวัดเจ้าฟ้า จึงไม่ใช่บันทึกการเดินทาง   ไม่ใช่กลอนที่เขียนไว้ขายชาวบ้าน  อย่างเขียนนิทานเรื่องพระอภัยมณี    แต่เป็นสารหรือแมสเสจที่ส่งให้หญิงงามนางหนึ่งที่ท่านมีใจให้อยู่ในตอนนั้น      หวังว่าเธอจะตอบ   ถ้าตอบดังหวัง แล้วก็จะ "ชิมให้อิ่มหนำ" แปลว่าจะก้าวเข้าไปถึงความสัมพันธ์กันละ    แต่ถ้าผู้หญิงยังสงวนท่าทีไม่ตอบ  ก็คงแห้วรับประทานไปเหมือนรายก่อนๆ

 6 
 เมื่อ: 02 พ.ค. 16, 09:42 
เริ่มโดย visitna - ความคิดเห็นล่าสุด โดย visitna
ภาพเยาวราชต่อจากเมื่อวาน ยุค พศ.2491 เห็นด้านหน้าโรงหนังศรีราชวงศ์
ป้อมมหากาฬ   เมื่อประมาณ พศ. 2500 

 7 
 เมื่อ: 02 พ.ค. 16, 09:38 
เริ่มโดย เทาชมพู - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เทาชมพู
นางเงือกน้อยแม่ของสุดสาครเป็นสาวรุ่น   ส่วนแม่ศรีสาครเป็นแม่ม่าย น่าจะเป็นสาวใหญ่แล้ว   อาจจะเป็นคนละคนกัน

กลับมาที่อาการ "ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก" ของสุนทรภู่        นอกเหนือจากสาวๆระดับสามัญชนเหมือนกัน ที่สุนทรภู่เจออยู่หลายคน     ในนิราศวัดเจ้าฟ้า  ท่านยังกล่าวถึงหญิงสาวในระดับสูงกว่าสามัญที่ท่านไปพัวพันอยู่ด้วย

                                               อย่าหมิ่นชายเชิญตรึกให้ลึกซึ้ง
เหมือนภุมรินบินหาซึ่งสาโรช                  ถึงร้อยโยชน์แย้มกลิ่นคงบินถึง
แต่ดอกไม้ไทท้าวในดาวดึงษ์          ไม่พ้นซึ่งพวกหมู่แมลงภู่ชม
เช่นกระต่ายกายสิทธิ์นั้นผิดเพื่อน          ขึ้นแต้มเดือนได้จนชิดสนิทสนม
เสน่หาอาลัยใจนิยม                          จะใคร่ชมเช่นกระต่ายไม่วายตรอม

ท่านรำพันถึงสาวชาววัง ที่เรียกเป็นเชิงสัญลักษณ์ว่า "ดอกไม้ไทท้าวในดาวดึงส์"  แล้วยังบอกเสียอีกว่า "ไม่พ้นซึ่งพวกหมู่แมงภู่ชม"
ถ้าหมายถึงแม่จัน ที่เป็นสาวชาววังหลังก็ไม่แปลก   เพราะเคยร่วมหอลงโรงกับหนุ่มแมงภู่กันมาแล้ว      แต่ในกลอนตอนนี้ คงไม่ใช่แม่จันซึ่งเลิกร้างกันไปนานหลายปีแล้ว   แต่น่าจะหมายถึงสาวสูงศักดิ์ที่สุนทรภู่เล็งแลอยู่ในขณะนั้น    วิธีเขียน แฝงนัยยะไว้ว่า ถึงยังไงก็ไม่พ้นมือ

ถ้านักเรียนชั้นเรียนนี้ สงสัยว่าทำไมชีวิตกวีเอกถึงได้ระหกระเหินลุ่มๆดอนๆ  ไม่เห็นจะราบรื่นอย่างที่ควรเป็น ทั้งที่เป็นขุนนาง  ดีกว่าไพร่เป็นกอง    ขนาดบวชแล้วก็ยังไม่มีความสุขในรสพระธรรมอย่างพระสงฆ์อื่นๆ   
คำตอบก็คือ  อาการเมาเหล้ากับอาการเมารัก  นี่แหละคือสาเหตุ   ตัดเหล้าไม่ได้อย่างเดียวก็หนักพอแล้ว   นี่ยังตัดรักไม่ขาดอีกด้วย
ใจคะนึงหาสาวๆอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ตอนบวช  อุตส่าห์แปลงจากพระเป็นเณร อ้างชื่อลูกชายเป็นคนแต่งเพื่อให้เพลาๆความไม่เหมาะไม่ควรลงหน่อย   ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความอ่อนไหวของท่านอยู่ตลอดเรื่อง

 8 
 เมื่อ: 02 พ.ค. 16, 02:07 
เริ่มโดย ศรีสรรเพชญ์ - ความคิดเห็นล่าสุด โดย Koratian

ยังเหลือทางเลือกจิตกรฝีมือระดับปรมาจารย์รุ่นใหญ่อีกเพียบ

 9 
 เมื่อ: 02 พ.ค. 16, 01:49 
เริ่มโดย ศรีสรรเพชญ์ - ความคิดเห็นล่าสุด โดย Koratian

จิตรกรสามท่านต่อไปนี้อายุน้อยเกินกว่าที่จะเป็นผู้วาดภาพพระบรมรูปเขียน ๕ รัชกาลในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทได้
ขอตัดออกจากการพิจารณาก่อน

 10 
 เมื่อ: 02 พ.ค. 16, 01:44 
เริ่มโดย ศรีสรรเพชญ์ - ความคิดเห็นล่าสุด โดย Koratian

จิตรกรทั้งสองท่านในรูปคือ Cesare Ferro กับ หลวงสรลักษณ์ลิขิต

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.228 วินาที กับ 16 คำสั่ง