เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:43 
เริ่มโดย SILA - ความคิดเห็นล่าสุด โดย SILA
          นักบุญ Luke สัญลักษณ์ คือ โคติดปีกหรือกระทิง สื่อถึงพละกำลังและการเสียสละ ที่คริสต์
ศาสนิกชนพึงเตรียมพร้อมยอมพลีเพื่อสิ่งที่ตนศรัทธาเชื่อมั่น
          นักบุญ John ใช้สัญลักษณ์อินทรีผงาดฟ้า กล้าจ้องมองตะวัน ในภาคของท่านนั้นบรรยาย
ความหลายเรื่องในระดับที่สูงเหนือกว่าบทอื่นๆ เป็นบทแทนความหมายการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระไครสต์
หลังจากที่ฟื้นคืนชนม์ชีพ และธรรมชาติแห่งพระเจ้าของพระไครสต์ ส่วนความนัยในข้อหลังนั้นบอกกับ
คริสต์ศาสนิกชนให้มุ่งมองหมายชีวิตนิรันดร์อย่างไม่หวั่นพรั่นพรึง

 2 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:35 
เริ่มโดย SILA - ความคิดเห็นล่าสุด โดย SILA
ศิลปินแต่งกระจกสีเป็นรูปสัญลักษณ์ของนักบุญทั้งสี่ ดังนี้

         นักบุญ Matthew สัญลักษณ์เป็นมนุษย์มีปีกหรือเทพ เนื่องจากภาคแรกที่ท่านเขียนนั้น
เริ่มเรื่องเมื่อเทพมาเข้าฝัน(นักบุญ)โยเซฟสามี(พระแม่)มารีให้ยอมรับนางที่ตั้งครรภ์พระบุตร
นอกจากนี้ยังมีความหมายถึงสภาวะแห่งไครสต์ที่เสด็จจากเบื้องบนลงมาเกิดเป็นมนุษย์บนโลก
         นักบุญ Mark เป็นสิงห์ติดปีก เช่นกันภาคที่สองของท่านเริ่มต้นด้วยข้อความว่า นักบุญ John
the Baptist เทศนาด้วยเสียงดั่งสิงห์คำราม สิงห์เจ้าป่ายังหมายถึงพระไครสต์ในฐานะเจ้า(King)
และความกล้าหาญที่คริสต์ศาสนิกชนพึงมี อีกทั้งสิงห์ซึ่งยามหลับแต่ตาเปิดเปรียบได้กับการฟื้นคืน
ชนม์ชีพของร่างพระไครสต์ในที่ฝังพระศพ  

 3 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:31 
เริ่มโดย SILA - ความคิดเห็นล่าสุด โดย SILA
         งานหน้าต่างกระจกสีที่ผนังโบสถ์สดสวยสะดุดตา เป็นผลงานของศิลปินแห่งโครเอเชีย
Ivo Dulcic(1972) ในสไตล์บาร็อค กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมของโบสถ์ จากด้านหน้าตรง
กลางเหนือทางเข้าที่กระจกโค้งด้านบน เป็นรูปผู้ประกาศวรสาร(evangelist) ทั้งสี่ ที่ได้เขียน
ประวัติของพระไครสต์(Gospel) สี่ภาค ประกอบด้วย นักบุญ Matthew, Mark, Luke, และ
John ตามลำดับ
          

 4 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:11 
เริ่มโดย SILA - ความคิดเห็นล่าสุด โดย SILA
           เหนือแท่นขึ้นไปทางด้านหลังชั้นบนเป็นที่ตั้งออร์แกน ผลงานโดย Petar Mattel Matejevia
(ต้นศตวรรษที่ 18) ตกแต่งด้วยซุ้มทองด้านบนและรูปล้อมกรอบทองด้านล่าง

 5 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:10 
เริ่มโดย SILA - ความคิดเห็นล่าสุด โดย SILA
           นอกเหนือจากคุณค่าทางศิลปะแล้วรูปนักบุญเบลสนี้ยังมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์
ของเมืองเนื่องเพราะวัตถุหลักฐานซึ่งอยู่ในมือของรูปท่านนั้นคือรูปแบบจำลองเมืองดูบรอฟนิคในช่วง
ก่อนเกิดธรณีพิบัติ

 6 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:08 
เริ่มโดย SILA - ความคิดเห็นล่าสุด โดย SILA
             บนแท่นประดิษฐานรูปสลักเงินชุบทองของนักบุญเบลสถือรูปจำลองเมืองสร้างขึ้นใน
ศตวรรษที่ 15 โดยนายช่างท้องถิ่น รูปสลักนี้รอดพ้นการถูกทำลายจากอัคคีภัยในปี 1706 ผู้คน
จึงเคารพบูชาว่ามีพลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์

 7 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:54 
เริ่มโดย Anna - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เพ็ญชมพู
คำสำคัญคือ "โพธิสมภาร" หากหวังพึ่งท่านรอยอินจะได้คำอธิบายเพียงว่า "บุญบารมีของพระมหากษัตริย์"

แต่หากพิจารณาแยกออกเป็น ๒ คำจะได้ความมากกว่า  โพธิ หมายถึง ความตรัสรู้ ส่วน สมภาร โดยทั่วไปเราจะนึกถึงพระที่เป็นเจ้าอาวาสวัด แต่โดยรากศัพท์ก็สามารถแยกออกมาได้เป็นอีก ๒ คำคือ สํ หมายถึง พร้อม และ ภาร เป็นคำเดียวกับ ภาระ หมายถึงสิ่งที่หนัก

ดังนั้น  พระบรมโพธิสมภาร จึงแปลว่า “หน้าที่อันประเสริฐและยิ่งใหญ่ที่จะแบกสิ่งที่หนักเพื่อพร้อมสำหรับการตรัสรู้" ผู้ที่เตรียมพร้อมจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในทางพุทธศาสนาคือ พระโพธิสัตว์ ตรงตามคติโบราณว่า พระมหากษัตริย์ก็คือพระโพธิสัตว์นั่นเอง

ปัจจุบันพระมหากษัตริย์ไทยก็ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกด้วย หมายถึงทรงอุปถัมภ์ทุกศาสนาอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะ "ตะขิดตะขวงใจ" ที่จะใช้คำว่า "ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร" กับคนทุกศาสนา

แต่สำหรับพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่นซึ่งไม่ทรงนับถือพุทธศาสนา คงไม่เหมาะที่จะใช้คำนี้


 8 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:50 
เริ่มโดย chupong - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เทาชมพู
   ดิฉันคงทำได้แค่แปลบทกวีนี้เป็นความเรียงธรรมดาๆ  ให้คุณชูพงศ์ไปเทียบเองค่ะ

  The extinguished fire they blow.                    พวกเขาเป่าไฟที่มอดดับไปแล้ว
 Two crouching figures                                    ร่างทั้งสองหมอบคุดคู้
 Now the one is blowing                                  ตอนนี้ คนหนึ่งกำลังเป่าไฟให้ติด
 Then the other alternately                              จากนั้น อีกคนก็มาเป่าสลับกัน
 Yet the fire flames not                                    จนแล้วจนรอด  เปลวไฟก็มิได้
 Perturbed smoke’s enshrouding the body         กระทบควันที่ห้อมล้อมร่าง
 Thin, black and full of pus                               ผอม ดำ  เต็มไปด้วยรอยช้ำเลือดช้ำหนอง
 Knees sticking to the ribs                                เข่าหมอบแนบติดอยู่กับซี่โครง
 Bones squeezing together                               กระดูกแขนขาบีบเข้าติดกัน

People pass by indifferently                              ผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างไม่แยแส
 Casting a look or two                                      ชำเลืองมองสักแวบหนึ่งหรือสอง
 Then glide away                                             แล้วมองเมินไป
 Despised figure left behind                              ร่างอันน่าชังนั้นถูกทอดทิ้งอย่างไม่เหลียวแล
 On dry, yellow grass                                       บนหญ้าเหลืองแห้ง
 Behind the shadow of Djrak Plant                     ด้านหลังเงาของต้นละหุ่ง
 In the dim, lazy light                                      ในแสงอันหรุบหรู่ และเนิบช้า
 Cricket’s creaking, Grasshopper’s chirping          จิ้งหรีดเริ่มกรีดเสียง    ตั๊กแตนร้องระงม
 Crying complaint in empty hole                        ร้องทุกข์อยู่ในโพรงอันว่างเปล่า
 The down-trodden die nakedly.                        คนเข็ญใจตายอย่างเปล่าเปลือย

 The down-trodden in the cold                          คนเข็ญใจตายในความหนาว
 
คุณชูพงศ์คงจะทราบว่าการแปลบทกวี ไม่ได้หมายความว่าแปลศัพท์หนึ่งตัวในภาษาเดิมให้ตรงกับศัพท์อีกหนึ่งตัวในภาษาใหม่  แต่เป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมจากภาษาหนึ่งไปสู่อีกภาษาหนึ่ง      ดังนั้น จึงต้องมี "ความ" เพิ่มบ้าง ขยายบ้าง ตัดบ้าง เปลี่ยนบ้าง  ตีความบ้าง    เพื่อให้ได้ความหมายและความเข้าใจใกล้เคียงของเดิมและใกล้เคียงกับจุดมุ่งหมายของผู้ประพันธ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
คำแปลข้างบนนี้ดิฉันแปลด้วยความอึดอัดมาก      เพราะแปลเพื่อให้คุณชูพงศ์เข้าใจถึงการถอดศัพท์ในภาษาอังกฤษให้ออกมาครบ คำต่อคำ     ถ้าจะแปลออกมาให้ได้ใจความดีกว่านี้  คุณชูพงศ์ก็จะถามว่า คำนี้เพิ่มขึ้นมาใช่ไหม  คำนั้นตรงหรือตีความ ฯลฯ  ทำให้ต้องอธิบายกันอีกยืดยาวค่ะ
เอาเป็นว่าแปลแบบนี้เพื่อให้คุณชูพงศ์เปรียบเทียบ "ความ" และ "คำ" กับบทกวีที่กวีปริศนา ธอ. แปลดีกว่า  ว่ามีตรงไหนขาดตรงไหนเกินมาบ้าง
ถ้าอยากคุยต่อ มาถามอีกทีนะคะ

 9 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:20 
เริ่มโดย Anna - ความคิดเห็นล่าสุด โดย เทาชมพู
คุณเพ็ญชมพูน่าจะเข้ามาตอบกระทู้นี้   
คำนี้ พจนานุกรมไทย-อังกฤษของสอ เสถบุตรแปลว่า  royal protection  แปลเป็นไทยอีกทีว่าอยู่ใต้ความคุ้มครองของพระเจ้าแผ่นดิน   แต่ไม่ได้บอกว่าศาสนาไหน
อย่างไรก็ตาม  ถ้าพูดถึงการใช้   เราใช้ในความหมายถึงคนต่างชาติที่อพยพมาอยู่ในประเทศไทยในสมัยก่อน  พระเจ้าแผ่นดินไทยทรงต้อนรับให้อยู่เย็นเป็นสุข มิได้ทรงรังเกียจกีดกัน        ไม่ได้หมายถึงการอพยพย้ายถิ่นไปอยู่ในดินแดนไหนก็ได้ค่ะ

 10 
 เมื่อ: 23 เม.ย. 14, 21:25 
เริ่มโดย Anna - ความคิดเห็นล่าสุด โดย Anna
'ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร' ใช้กับราษฏรที่อยู่ภายใต้ร่มพระบารมีของพระเจ้าแผ่นดินที่นับถือศาสนาอื่น   นอกจากพุทธได้ด้วยหรือคะ? ฮืม

เห็นคำว่า'โพธิ'จึงเข้าใจมาตลอดว่าใช้กับชาวพุทธเท่านั้น  เพิ่งอ่านเจอในนิยายเรื่องหนึ่งที่เอ่ยถึงพระเจ้าแผ่นดินและราษฏรที่นับถือศาสนาอื่น

แล้วเห็นใช้คำนี้ในเรื่อง  ก็เลยต้องมาเรียนถามท่านผู้รู้เพื่อความกระจ่าง  ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ ยิงฟันยิ้ม     


หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.084 วินาที กับ 16 คำสั่ง