เรือนไทย

General Category => ภาษาวรรณคดี => ข้อความที่เริ่มโดย: [-Constantine-] ที่ 21 มิ.ย. 06, 23:13



กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: [-Constantine-] ที่ 21 มิ.ย. 06, 23:13
 นว    และ   new     แปลว่า     ใหม่     ทั้งคู่ใช่มั้ยครับ

ถ้าใช่  ทำไมมันดูคล้ายกันจัง        
มันสัมพันธ์กันอย่างไรเหรอครับ


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: ติบอ ที่ 21 มิ.ย. 06, 23:24
 ยกมือถามต่อครับ ว่าแล้วทำไม พระเนื้อ "นวโลหะ" แปลว่าโลหะผสม 9 ชนิดล่ะครับ อิอิ



ปล. เรื่องที่คุณถาม ลองหาๆดูในนี้แหละครับ มีคนพูดไปหลายครั้งแล้วนี่นา


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: Japonica ที่ 22 มิ.ย. 06, 03:09
 ตอบ คุณคอนสแตนติโนเปิล

คำว่า "นว" แปลว่า   "ใหม่" หรือ   "เก้า" ก็ได้ ครับ
ทดลองป้อนคำว่า   nava  sanskrit ลงในกูเกิล และสอดส่ายสายตาหาคำที่เขียนว่า new หรือ nine ดูครับ

ที่คล้ายกันเป็นเพราะภาษาบาลีสันสกฤต ได้รับอิทธิพลจากภาษา Avestan ทางตะวันออกของอิหร่าน
ซึ่งภาษาละติน กรีก และภาษายูโรเปียน อีกหลายภาษาต่างก็ได้รับอิทธิพลจากภาษาอิหร่านเนียนเหมือนกัน


คุณติบอ พูดถึงนวโลหะ หรือโลหะ 9 อย่างที่ใช้ในการหล่อพระ ทำให้ผมนึกถึงวิชาโลหะการครับ
ผมเคยต้องดมเหล็ก และบอกส่วนผสมของโลหะให้ได้ ว่าเหล็กแต่ละชนิดประกอบด้วยธาตุอะไรบ้าง
คนเป็นกุ๊กต้องใช้นาสิกและชิวหา ผมเรียนวิชาช่างก็ต้องใช้นาสิกเหมือนกันครับ

ปล. คุณ Constant ครับ ผมใช้ศัพท์บาลี/ส. ด้านบนสองคำ คุณทดลองหารากศัพท์ภาษาสันสกฤต
โดยเขียนให้เป็นภาษาอังกฤษ และดูว่ามันคล้ายคำภาษาอังกฤษ (เช่น นว และ new ไหม)
ลองป้อนในกูเกิลดู แล้วคุณจะเห็นภาพแจ่มแจ้งขึ้นครับ เวลาสงสัยอะไรก็ดีแล้ว และควรหาคำตอบ
ด้วยตัวเองให้ได้ด้วย ฝึกไว้ครับ


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: นิลกังขา ที่ 22 มิ.ย. 06, 10:39
 ภาษาบาลี สันสกฤต กับภาษาในยุโรปหลายภาษาเป็นญาติๆ กันครับ เพราะต่างก็เป็นภาษาในตระกูลอินโด-ยุโรเปียน ดังนั้นศัพท์หลายคำยังสืบค้นเทียบเคียงกันได้


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: นิลกังขา ที่ 22 มิ.ย. 06, 10:41

แล้ว "ใหม่" ในรูปนี้ ภาษาละติน บาลี สันสกฤต และภาษาตระกูลอินโด-ยุโรเปียนเรียกว่าไงครับ?


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: [-Constantine-] ที่ 22 มิ.ย. 06, 20:40
 ภาษาส่งอิทธิพลถึงกัน แล้วคำอื่นๆล่ะครับ

มีคำอื่นอีกรึเปล่า
จำเป็นต้องเป็นคำง่ายๆ หรือไม่ จึงจะได้รับอิทธิพลถึงกัน

นอกเรื่อง การสมาสคำแบบสนธิ สระอิ อี แผลงเป็น ย  สระอุ อู แผลงเป็น ว
มีอะไรเกี่ยวกับภาษาอังกฤษรึเปล่า (แบบ Andrew อ่านเป็น  แอนดรูว์ก็ได้ แอนดริว ก็ได้)  
หรือมาจากการที่ ว กับสระ อุ อู (โอ) ต้องทำปากให้กลมเหมือนกัน เลยเพี้ยนไปเพี้ยนมาได้


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: Japonica ที่ 22 มิ.ย. 06, 22:52
 ตอบ คุณนิล

คำว่า "ใหม่" ในภาษาแต่ละภาษา อาจต่างกัน แต่สตรีแต่ละชาติ ไม่น่าจะต่างกันครับ
อันว่าดอกไม้ไม่เลือกหมู่ภมร แต่งามงอนพินิจเฟ้นเล่นองค์ ครับ

.....บุษบาบานเบิกสร้อย........เสาวคนธ์
ฝูงภมรมั่ววน.......................หวี่ร้อง
นารีแรกรุ่นยล......................กำดัด สวาทนา
ชายแต่ตอมจักต้อง..............ไต่เต้า ตามหา
.....บุษบาบ่เลือกเคล้า...........หมู่ภมร
แต่สตรีงามงอน....................ห่อนหง้าย
ต่อองค์เอกอดิศร.................จึงสบ สมรนา
ผิวต่ำจำจิตหม้าย.................อยู่แล้ โหยหา

(ลิลิตนิทราชาคริต ร.5)


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: B ที่ 23 มิ.ย. 06, 14:45
 ผู้หญิงทุกชาติเหมือนกันจริงหรือคะ คุณ Japonica?

ดิฉันรู้แต่ผู้ใหญ่เตือนไว้ว่า เวลาคุยกับผู้ชายไทยน่ะ ให้จำไว้ว่า

อันคำคมลมบุรุษนั้นสุดกล้า..เขาย่อมว่ารสลิ้นนั้นกินหวาน
จงระวังตั้งมั่นในสันดาน.......อย่าลนลานหลงระเริงด้วยเชิงชาย

(สุภาษิตสอนหญิง)

คุณ Japonica กับคุณหลวงนิลฯ เห็นด้วยกับท่านสุนทรภู่ไหมคะ? อิอิ


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: นิลกังขา ที่ 23 มิ.ย. 06, 18:00
 โห...

น้อยหรือถ้อยคำเจ้าพร่ำว่า...

ขอตัวช่วยด้วยครับ น้อง B ฝีปากร้ายเหลือ ยกสุภาษิตสอนหญิงของท่านครูสุนทรภู่มาอย่างนี้ ผมก็จำเป็นต้องหาถ้อยคำฝีปากระดัเดียวกันมาตอบ เพราะตัวผมเองฝีปากยังห่างไกลท่านมหากวีศรีสุนทร (ภู่) อยู่หลายปีแสง

โดยที่เราอยู่บนเรือนไทย ในขณะนี้ผมนึกสำนวนที่พอจะตอบน้อง B ได้ทันๆ กันได้แค่สำนวนเดียว ซ้ำตัวเองยังจำไม่ได้ซะอีก เลยต้องขอตัวช่วยอย่างว่า ใครจำกลอนเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนขุนแผนตอบแก้วกิริยาได้บ้างครับ?

หลังจากที่แม่แก้วกิริยาเธอตอกหน้าขุนแผนที่ปีนขึ้นเรือนขุนช้างจะไปหาวันทอง (แต่หลงพลัดอีท่าไหนไม่รู้ไปเข้าห้องเธอ) ด้วยฝีปากคมกริบ ลงท้ายว่า "...ก็แก้แค้นตามประสาท่านผู้ดี.." แล้ว ขุนแผนก็ได้แต่หัวเราะแหะๆ แล้วก็ต้องออดอ้อนสาวเจ้า ว่า - ว่าอะไรหนอ ...?!!???

ตัวช่วย ช่วยผมทีครับ เผื่อว่า แก้วกิริยาแม่จะได้เมตตาบ้าง แฮ่ะๆ


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: นิลกังขา ที่ 23 มิ.ย. 06, 18:02
 ได้เคยชิดสนิทใกล้ในเว็บแล้ว
ขอเชิญแก้วกิริยา (และตัวช่วยอื่น) เมตตาบ้าง -


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: Japonica ที่ 24 มิ.ย. 06, 00:34
 ตัวช่วยมาแล้วครับ คุณนิล....นางแก้วกิริยาตอบขุนแผนว่า
พ่อนำมาขาย 15 ตำลึง (มั้ง)

คิดแล้วจึงว่าช่างน่าหัว................มาหลงตัวหลงห้องไม่เห็นสม
แค้นนักที่มาลักมาลอบชม…..…....มายกยอให้นิยมเหมือนเย้ยกัน
เต่าเตี้ยดอกอย่าต่อให้ตีนสูง........มิใช่ยูงจะมาย้อมไม่เห็นขัน
หิ่งห้อยฤาจะแข่งแสงพระจันทร์....อย่าปั้นน้ำให้หลงตะลึงเงา
ข้าทาสีดอกมิใช่เจ้าวันทอง.........ดูแต่ห้องนอนน้อยเถิดนะเจ้า
มิใช่ที่ประสงค์อย่าหลงเดา..........ข้าเจ้าลูกท่านสุโขทัย
บิดาต้องจำระกำยาก..................ขายฝากดีฉานให้ท่านใช้
เป็นเงินสิบห้าบิดาเอาไป.............ตัวฉันไซร้ชื่อ แก้วกิริยา
เป็นไทยอย่าเอาใจมาคบทาส.......ฉันไม่อาจเอื้อมนั่งเสมอหน้า
ที่โกรธแค้นแทนกันแต่ก่อนมา......ก็แก้แค้นตามประสาท่านผู้ดี ฯ

*****
แล้ว ขุนแผนก็ได้แต่หัวเราะแหะๆ แล้วก็ต้องออดอ้อนสาวเจ้า ว่า - ว่าอะไรหนอ ...?!!???


จะว่าอะไร้...ขุนแผนก็บอกว่าเรื่องเงินนั้นไม่มีปัญหา แต่พี่ชักอยากได้มากกว่านั้นนะสิ
ผมเอามา 2 สำนวนให้ชมครับ คุณว่าสำนวนไหนเก่ากว่ากัน และอันไหนเพราะกว่า?


สำนวนที่ 1

น้องเอ๋ยเพราะน้อยฤาถ้อยคำ.......หวานฉ่ำจริงแล้วเจ้าแก้วเอ๋ย
เจ้าเนื้อหอมพร้อมชื่นดังอบเชย....เงยหน้ามาจะว่าไม่อำพราง
ได้ชมชิดเข้าสนิทอย่างนี้แล้ว......ขอเชิญแก้วกิริยาเมตตาบ้าง
พี่จะมอบเสน่ห์ไว้ที่ในนาง...........อย่าระคางข้องแค้นระคายเคือง
ถ้าพี่ลวงน้องให้หมองสัตย์..........จงวิบัติเกิดเข็ญให้เป็นเนื่อง
สารพัดวิชาสง่าเปลือง................เจ้าเนื้อเหลืองดังทองมาทาบทับ
ว่าพลางทางเปลื้องเครื่องคาด......แขวนพาดฉากลงประจงจับ
อุ้มนางวางตักสะพักรับ................ก็ทอดทับระทวยลงดังท่อนทอง
พระพายชายพัดบุปผาชาติ..........เกสรสาดหอมกลบตรลบห้อง
ริ้วริ้วปลิวชายสไบกรอง...............พระจันทร์ผันผยองอยู่ยับยับ
พระอาทิตย์ชิงดวงพระจันทร์เด่น...ดาวกระเด็นใกล้เดือนดาราดับ
หิ่งห้อยพร้อยไม้ไหวระยับ...........แมลงทับท่องเที่ยวสะเทือนดง ฯ


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: Japonica ที่ 24 มิ.ย. 06, 00:39
 สำนวนที่ 2

เอ้า... เด็กๆ ถอยออกไป ตรงนี้เซ็นเซอร์ ห้ามอ่านครับ


แล้วแก้เงินสิบห้าออกยื่นให้............สิ่งหนึ่งสิ่งไรจึงเสร็จสม
ไม่ลวงล่อข้อนั้นอย่าปรารมภ์..........เชยชมแก้เครื่องเปลื้องจากกาย
ห้อยไว้ข้างฝาแล้วคว้ากอด............สวมสอดด้วยความรักไม่เหือดหาย
จะหยิกข่วนผลักไสไม่ห่างคลาย......พลางชิดติดกายแนบนวลนาง
พอพระพายชายโชยโรยริน.............ฟุ้งกลิ่นมาลาที่หน้าต่าง
ริ้วริ้วปลิวชายสไบนาง...................จันทร์แจ่มกระจ่างอยู่พร่างพราย
เรื่อเรื่อไรไรอยู่ในเมฆ....................ดาวช่วงดวงเอกรับเดือนหงาย
ดาวฤกษ์เบิกเมฆอยู่คล้ายคล้าย.......พระพายเยือกเยนเปนลมลาง
หอมระรินกลิ่นแก้มแกมกลิ่นดอกไม้...กอดจูบลูบไล้ไม่ไกลข้าง
รสรักแล่นทั่วสรรพางค์...................ต่างคนต่างมีผาสุกใจฯ


จนได้ไหมล่ะขอรับ...คุณหลวงนิล
ผมฟังบทเลิฟซีน ที่แสนจะโรแมนติคบทนี้แล้ว ก็ให้เคลิบเคลิ้มไปกับรสวรรณคดี
อันว่าบทอัศจรรย์สมัยก่อน แนบเนียนละมุน อ่านแล้วเพลิดเพลินไม่รู้เบื่อนะครับ ขาดแต่รูปประกอบน่ะครับ ฮาๆๆ


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: Japonica ที่ 24 มิ.ย. 06, 00:43
 คุณบี ครับ

สุภาษิตสอนหญิงของครูกวีสุนทรภู่ มันก็น่านิยมอยู่หรอกครับถ้าทำได้ แต่เห็นไหม
ดวงดาวมีอิทธิพลต่อสรรพสัตว์บนผืนโลก เมื่อดาวเคลื่อนเดือนคล้อย น้องน้อยก็เปลี่ยนไป
เคยเจี๋ยมเจี้ยม ฝ่ายหญิงก็เริ่มเก่งเป็นฝ่ายรุกบ้าง เปรียบเหมือนว่าวปักเป้ารุกเร้าว่าวจุฬา
ดังเรื่องพระอภัยมณีกับนางผีเสื้อสมุทร ไงครับ



สมมติว่าสำหรับนางในวรรณคดี คุณว่าบทนี้พอจะง้างใจนางได้บ้างไหมครับ?

สงวนน้องมิให้ต้องธุลีลม...............ยามชมมิให้ช้ำด้วยคำหวาน
ยามต้องค่อยประคองแต่พอพาน……ยามประสานเนตรน้องแต่พอควร
ยามแนบพี่ถนอมมิให้หนัก..............ผจงรักนิ่มน้องครองสงวน
อยู่หลัดหลัดถามาซัดให้เรียมครวญ..โอว่านวลหน่ายแหนงไปแห่งใด

(กากีกลอนสุภาพ)


ป.ล. คุณนิลครับ ผมชักอยากจะอ่านบทที่นำแสดงโดยพี่เลี้ยงทั้งสองคู่ของพระเพื่อน
พระแพงในน้ำ หรือบนเตียงนุ่มๆ ของหนึ่งชายสองหญิง ที่พระลอมีสองนางเบิ้ล
อิงแนบแนบข้าง ใครจะเป็นตัวช่วยได้บ้างครับ?


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: นิลกังขา ที่ 24 มิ.ย. 06, 16:19
 เอ้อ... ขอขอบคุณตัวช่วยก่อนครับ

แต่รู้สึกว่าออกจะเกินความตั้งใจผมไปนิดหน่อย ต้องขออภัยตัวช่วยด้วยครับ

คือความจำผมเองมันทรยศผม ผมไม่นึกว่าพ่อแผนแสนสะท้านแกจะตอบโต้แม่แก้วเอาดื้อๆ แค่นั้น นึกว่าแกจะออดอ้อนสาวสักยาวๆ นิดหนึ่งก่อน แล้วค่อยวกเลี้ยวเข้าเรื่องที่แกถนัด

ดังนั้นผมขออภัยสุภาพสตรีในกระทู้นี้ด้วยครับ เอาเป็นว่าผมขอ "โคว้ท"ขุนช้างขุนแผนตัดตอนมาตอบน่อง B แค่ 2 วรรคพอ คือ

" น้องเอ๋ยเพราะน้อยหรือถ้อยคำ หวานฉ่ำจริงแล้วแก้วพี่เอ๋ย"

จบ ฟุลสะต็อป ถ้อยคำต่อจากนั้นให้พ่อพลายแก้วแกว่าของแกกับแม่แก้วกิริยาต่อไปอยู่เฉพาะในเรื่องขุนช้างขุนแผนก็แล้วกัน


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: นิลกังขา ที่ 24 มิ.ย. 06, 16:24
 คุณจาปอนิกา... เดี๋ยวไปหากระทู้ตั้งให้ใหม่แล้วผมจะลองค้นๆ เอาตรงที่คุณอยากรู้ไปร่วมแจม แต่ถ้าจะให้ตอบตรงนี้อย่าเพิ่งเลยครับ เราต่างก็เป็นสุภาพบุรุษหรือพยายามจะเป็นโดยปกติน่ะนะ (แต่เฉพาะคราวนี้ผมพลั้งไปหน่อย เสียใจจริงเจียวครับ)

คุณน้องบีของผมเธอยิ่งว่าอยู่ว่าพวกพูชายอย่างเรา "คำคมลมบุรุษนั้นสุดกล้า" อยู่ด้วย

นะ นะ เดี๋ยวค้นให้แล้วไปแจมนะ


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: นิลกังขา ที่ 24 มิ.ย. 06, 16:31
 ต่อไปนี้เป็นการบ่นสลับฉาก

ทำยังไงหนอ จึงจะมีใครใจดี (ควรจะเป็นกระทรวงวัฒนธรรมไหมเนี่ย) นั่งคีย์ต้นฉบับวรรณคดีอย่าง ขุนช้างขุนแผน รามเกียรติ์ อิเหนา พระอภัยมณี ฯลฯ ทั้งเล่ม ย้ำ ทั้งเล่ม เข้าไปในโลกเสมือนไซเบอร์เวิล์ดบ้าง?

เวลาจะค้นในเน็ตจะได้พอหากันเจอบ้าง ถ้าจะคีย์ลงเน็ตก็เอาฉบับมาตรฐานหอพระสมุดน่ะแหละ แต่ต้องทั้งเล่มจนจบ เอาไว้อ้างอิง

ทำไมล่ะครับ สมัยก่อนองค์การของราชการยังพิมพ์หลังสือพวกนี้เป็นกระดาษเป็นฮาร์ดกอปปี้ออกมาวางขายกันได้เลย ถือเป็นการสืบต่ออายต้นฉบับ สมัยนี้น่ะคนเขาไม่ค่อยอ่านหนังสือเล่มเท่าไหร่แล้ว องค์การพิทักษ์วรรณกรรมทั้งหลายก็ต้องทำให้มันเข้าถึงได้เป็น e-วรรณกรรมได้แล้ว


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: B ที่ 24 มิ.ย. 06, 23:57
 รับทราบค่ะคุณพี่


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: ศรีปิงเวียง ที่ 25 มิ.ย. 06, 11:42
 เรียน ทุกๆ ท่าน ที่เคารพครับ
จาก ใหม่=นว?
มาเป็น ใหม่ เจริญปุระ
และ (คิดใหม่ ทำ)ใหม่ ว่าด้วยเรื่องe-book วรรณคดี ครับ

ผมมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ
1. ลิขสิทธิ์ 2. คนอ่าน 3. สายตา ครับ


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: B ที่ 25 มิ.ย. 06, 13:42
 วรรณคดีเหล่านี้ ไม่น่ามีปัญหาลิขสิทธ์นะคะ


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: tuka007 ที่ 25 มิ.ย. 06, 15:45
 ((โอ้..แม่เจ้า..ขิงก็รา ข่าก็แรง จริงๆ))


กระทู้: ใหม่
เริ่มกระทู้โดย: [-Constantine-] ที่ 29 มิ.ย. 06, 20:31
 คห.11 เอามาจากไหนครับ บอกหน่อย (เอ้ย บอกผมหน่อย)